ไขข้อสงสัย ทากันแดด 2 ข้อนิ้ว ปกป้องผิวดีที่สุด จริงหรือ?

Last updated: 2022-03-18  |  463 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ไขข้อสงสัย ทากันแดด 2 ข้อนิ้ว ปกป้องผิวดีที่สุด จริงหรือ?

     จากกระแสโด่งดังในโลกออนไลน์ ที่มีการพูดถึงเรื่องของการ ทากันแดด 2 ข้อนิ้ว ว่าเป็นปริมาณการทาครีมกันแดดที่เหมาะสม อันที่จริงแล้ว กันแดด 2 ข้อนิ้ว นั้นอ้างอิงมาจากอะไร แล้วการทาครีมกันแดดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ควรใช้ปริมาณกันแดดเท่าไหร่กันแน่ ?

วันนี้ TNPC ค้นคว้าหาข้อมูลมาฝาก พร้อมแนะนำสูตรกันแดดที่เหมาะสม สำหรับคนอยากทำแบรนด์อีกด้วย

 

กันแดด 2 ข้อนิ้ว มีที่มาจากอะไร?

     อันดับแรก เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าในประเทศไทย ใช้การทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์กันแดด ตามมาตรฐาน International Organization of Standardization (ISO) ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่เป็นที่ยอมรับ และมาตรฐานของ The European Cosmetic Toiletry and Perfumery Association (COLIPA) ซึ่งเป็นมาตรฐานเครื่องสำอางของยุโรป เพื่อให้มีความน่าเชื่อถือและแม่นยำ โดยจะแบ่งประเภทการทดสอบได้ดังนี้

 

1. in-vivo ISO24442:2011 UVAPF เป็นมาตรฐานการวัดค่าการป้องกันแสงแดดจาก UVA ใช้วิธีทดสอบทาครีมกันแดด 2mg/cm2 ทดสอบกับอาสาสมัครเป็นเวลา 15-30 นาที แล้วทำการฉายแสงยูวีด้วยเครื่อง Solar Simulator 

ค่าการป้องกัน UVA จะกำหนดเป็น PA+, PA++, PA+++ และ PA++++


2. in-vivo ISO24444:2019 UVB SPF เป็นมาตรฐานที่ใช้วัดค่าการป้องกันแสงแดดจาก UVB ใช้วิธีทดสอบทาครีมกันแดด 2mg/cm2 ทดสอบกับอาสาสมัครเป็นเวลา 15-30 นาที หลังจากนั้นทำ Water Resistance Challenge แล้วทำการฉายแสงยูวีด้วยเครื่อง Solar Simulator 

ค่าการป้องกันรังสี UVB จะกำหนดเป็น SPF ตั้งแต่ 6 ขึ้นไปจนถึง SPF50 โดยหากค่าที่ได้มากกว่า SPF50 จะเคลมเป็น SPF50+ แทน 

3. Colipa 2006 เป็นมาตรฐานการวัดค่าการป้องกันรังสี UVB ของยุโรป ซึ่งมีรูปแบบการทดสอบคล้ายกับมาตรฐาน in-vivo ISO24442:2011 UVAPF คือ ใช้วิธีการทาครีมกันแดด 2mg/cm2 ทดสอบกับอาสาสมัครเป็นเวลา 15-30 นาที แล้วจึงทำการฉายแสงยูวีด้วยเครื่อง Solar Simulator โดยค่า SPF ที่ได้ จะบ่งบอกประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVB ของผลิตภัณฑ์

 

     มาตรฐานทดสอบประสิทธิภาพกันแดดระดับสากล ที่ประเทศไทยให้การรับรอง ล้วนใช้ปริมาณเนื้อครีมทดสอบ 2 มิลลิกรัมต่อพื้นที่ผิวหนัง 1 ตารางเซนติเมตร (2mg/cm2) และเมื่อนำมาอ้างอิง ข้อมูลวิจัยของ SCCS (EU) ที่ระบุว่า ใบหน้าคนเรามีพื้นที่ทั้งหมดเฉลี่ย 565 ตารางเซนติเมตร หักส่วนของคิ้ว ตา ปาก ที่ไม่จำเป็นต้องทากันแดด จะเหลือ 350-400 ตารางเซนติเมตร เราจะสามารถคำนวณสูตรได้ดังนี้

สูตรคำนวน

พื้นที่ใบหน้า x ปริมาณกันแดดมาตรฐานสากล

แทนค่าเป็น (350 cm2) x 2 (mg / cm2)

ได้ผลลัพธ์เท่ากับ 700 mg

 

     สรุป ปริมาณการทากันแดดที่เหมาะสมต่อการทาผิวหน้า 1 ครั้ง ควรใช้ปริมาณไม่น้อยกว่า 700 มิลลิกรัม หรือ 0.7 กรัมถึงจะสามารถป้องกันผิวจากรังสียูวีได้อย่างเพียงพอ ซึ่งเมื่อเทียบปริมาณแบบง่ายๆ ก็เท่ากับ 2 ข้อนิ้วชี้ของผู้หญิง


      นอกจากปริมาณกันแดดที่เราต้องรู้ อีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ ระยะเวลาการทาครีมกันแดดก่อนออกแดด เราควรทาทิ้งไว้อย่างน้อย 15-30 นาที เพื่อให้เวลาเนื้อครีมได้เริ่มทำงาน สร้างชั้นฟิล์มเคลือบบนผิว ทำให้สามารถป้องกันรังสียูวีได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดปัญหาผิวคล้ำเสียจากแสงแดด 

 

เลข SPF บนฉลากกันแดดบอกอะไรเราได้บ้าง ?

     ตามปกติผิวของคนเราจะทนแสงแดดได้ประมาณ 10-20 นาที หลังจากนั้น 2-6 ชั่วโมง ผิวจะเริ่มแสดงอาการ Sunburn จากการถูกแดดเผา เช่น ผิวแดง ผิวดำ และผิวถูกลอกออก ซึ่งช่วงเวลา Sunburn ของผิวแต่ละคนไม่เท่ากัน ขึ้นอยู่กับสภาพผิว และความแรงของแสงยูวีแต่ละช่วงเวลา

     ผลิตภัณฑ์กันแดด จึงมีการกำหนด ค่าที่วัดประสิทธิภาพในการป้องกันการไหม้แดงของผิวหนัง เรียกว่า SPF (Sun Protection Factor) โดยคิดจากจำนวนเท่าของเวลาที่ผิวสามารถทนต่อรังสีอัลตราไวโอเลตได้หลังจากทาครีมกันแดด

     เช่น ค่า SPF 15 ก็จะหมายถึง ปกป้องแสงแดดได้ 15 เท่าของผิวปกติ ถ้าเวลาที่ผิวถูก Sunburn อยู่ที่ 10 นาที กันแดด SPF 15 จะช่วยป้องกันผิวของเราจากการ Sunburn ได้นาน 15x10 = 150 นาที หรือ 2 ชั่วโมง 30 นาที 

นอกจากนี้ ค่า SPF ยังบ่งบอกถึงประสิทธิภาพและความสามารถในการดูดซับรังสี UV-B ของครีมกันแดดอีกด้วย ค่ายิ่งสูง ยิ่งปกป้องผิวได้ดี

 

 

     อย่างไรก็ตาม ค่า SPF ที่ได้จากการคำนวณ อาจจะไม่ได้ป้องกันรังสียูวีตามระยะเวลาที่กำหนด เพราะมีปัจจัยอื่นที่ส่งผลทำให้ประสิทธิภาพการปกป้องผิวเวลาทาครีมกันแดดอาจลดลง เช่น การถูกชะล้างด้วยเหงื่อ น้ำ หรือเผชิญกับมลภาวะ ซึ่งวิธีทาครีมกันแดดที่ถูกต้อง และได้ประสิทธิภาพสูงสุด จึงควรทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง

 

Daily Hybrid Aqua Rich Sunscreen SPF 50+ PA+++++


กันแดดเอสเซนต์ เนื้อสัมผัสบางเบาดุจน้ำนม ซึมซาบเร็ว ไม่มัน ไม่เหนอะหนะ เหมาะกับทุกสภาพผิว ถึงแม้จะเป็นสีขาวแต่ไม่ทำให้วอกนะคะ ไม่โป๊ะแน่นอน สามารถทาซ้ำระหว่างวันได้ ใช้เพียงปริมาณเท่าเหรียญสิบก็เพียงพอต่อการปกป้องผิวจากแสงแดดและมลภาวะภายนอกได้แล้วค่ะ

 

อุดมคุณค่า “สารสกัดจุลินทรีย์จากภูเขาไฟใต้ท้องทะเลลึก และดอกฝ้าย” ช่วยปกป้องผิวจากรังสีความร้อน และมลภาวะภายนอก ช่วยให้ผิวไร้ริ้วรอยเรียบเนียนสม่ำเสมอ ตัวต่อมาคือ “วิตามินบี3” ช่วยให้ผิวกระจ่างใส ถัดมาคือ “อะโลเวร่า และดอกซากุระ” ช่วยบำรุงให้ผิวชุ่มชื้น อิ่มน้ำ ผิวไม่หยาบกร้าน พร้อมปลอบประโลมผิวอย่าง อ่อนโยน และยังมี “Zinc PCA” ช่วยควบคุมความมันส่วนเกินบนใบหน้า เรียกได้ว่าครบ จบ ที่ตัวเดียว ทั้งป้องกัน ทั้งบำรุง ปลื้มสุดๆ

 

Light Day Cream Sunscreen SPF 50+ PA++++

ครีมกันแดดสูตรแอนตี้โพลูชั่น เนื้อครีมสีขาวนวล นุ่ม บางเบา ไม่เหนอะหนะ พร้อมควบคุมความมันบนผิวระหว่างวัน ปราศจากพาราเบน เอทิลแอลกอฮอล์ และน้ำหอม สำหรับใครผิวแห้งแล้วไม่อยากเปลี่ยนแนวครีมที่เคยใช้ เราแนะนำตัวนี้เลยค่ะ

 

ปกป้องผิวจาก UVA UVB ด้วย SPF50+ PA++++ ด้วยนวัตกรรมสารป้องกันแสงแดดไฮบริดซันสกรีนที่มาพร้อมกลไกการป้องกันแสงแดดแบบ Triple action ดูดซับรังสียูวี กระเจิงแสง และสะท้อนแสง เป็นเกราะป้องกันผิวจากแสงแดดได้อย่างครอบคลุม ผสานด้วย Aloe vera, Centella Extract, Vitamin B3 และ Vitamin E ช่วยให้ผิวนุ่ม ชุ่มชื้นยาวนาน ทาเพียงสองข้อนิ้วก่อนออกแดด 15-20 นาที ก็พร้อมที่จะออกไปเผชิญกับสิ่งต่างๆรอบตัวได้แล้วค่ะ

 

Nano Physical Creamy Sunscreen SPF50+ PA+++

     ตัวต่อไปที่มารีวิว เป็นครีมกันแดดเนื้อครีมมี่สีขาว เนียนนุ่ม เกลี่ยง่าย ไม่เหนอะหนะ ไม่วอก ไม่มัน กันน้ำ ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม สี แอลกอฮอล์ พาราเบน ให้ความรู้สึกบางเบาไม่เหนียว พร้อม Tone up ช่วยให้ผิวสวยกระจ่างใสขึ้นทันทีที่ทา สามารถหยิบมาใช้เป็นเมคอัพเบส ทาแล้วผิวผ่องมากๆ ได้งานผิวลูกคุณสุดๆ จะถ่ายรูปแสงไหนๆ ผิวก็สวย

     ที่สำคัญกันแดดตัวนี้ เค้ายังช่วยควบคุมความมัน ให้หน้าไม่เหนียว ไม่หมองตลอดวัน มาพร้อมสารกันแดดนาโนฟิสิคอลซันสกรีน ช่วยเป็นเกราะป้องกันผิวจากแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพและอ่อนโยนต่อผิว สารสกัดจากมอสส์สวิตเซอร์แลนด์ ช่วยปกป้องผิวจากริ้วรอย ผิวดูเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ สารสกัดอโลเวร่า และคอมเฟรย์ ช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ปลอบประโลมผิวอย่างอ่อนโยน วิตามินบี 3 ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ

 

Nano Physical Coral Reef Sunscreen SPF50+ PA+++

    กันแดดเนื้อครีมสีขาว นุ่ม ไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม สี แอลกอฮอล์ พาราเบน และสารทำร้ายปะการัง เมื่อทาลงบนผิวแล้วเนี่ยรู้สึกได้เลยว่าเนื้อครีมสร้างชั้นฟิล์มขึ้นมาเคลือบ ให้ความรู้สึกว่าผิวได้รับการปกป้องทันทีที่ทา กันน้ำแน่นอนหายห่วง เหมาะกับการทาแล้วลุยกิจกรรมกลางแจ้ง หรือการดำน้ำดูปะการังเป็นที่สุด

 

     ความพิเศษอีกอย่าง คือ เจ้าครีมกันแดดตัวนี้มีความ Ocean Friendly รักทะเล รักประการัง ไม่เป็นพิษต่อระบบนิเวศทางทะเลไปอี๊กกกก นอกจากนี้ยังมีแพลงก์ตอน และคอลลาเจนจากท้องทะเล ช่วยให้ผิวกระจ่างใส เรียบเนียน ดูอ่อนเยาว์ ผิวนุ่ม ชุ่มชื้น เต่งตึง อิ่มเอิบ ผิวแลดูสุขภาพดี ไม่วอก ไม่เยิ้ม ผสานสารสกัดจากดอกคอตตอน และอลันโทอิน ช่วยป้องกันมลภาวะภายนอก พร้อมปลอบประโลมผิวอย่างอ่อนโยนและยังควบคุมความมันบนผิวได้อีกด้วย

 

“ข้อมูลกันแดด 2 ข้อนิ้ว” ที่ TNPC รวบรวมมาฝาก เพื่อให้หลายๆคนคลายสงสัย รวมทั้งมีความเข้าใจการเลือกใช้ครีมกันแดดปกป้องผิวให้เหมาะสมมากยิ่งขึ้น สำหรับใครชอบกันแดดที่รีวิวไป หรืออยากสร้างแบรนด์กันแดดสูตรเฉพาะอื่นๆ สามารถต่อยอดสร้างแบรนด์ที่ TNPC ได้เลย

 คลิ๊กเพื่อดูผลิตภัณฑ์

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ นโยบายความเป็นส่วนตัวและคุกกี้