แชร์

ส่งออกยุโรป เคลม Free-from อย่างไรให้ถูกกฎหมาย

อัพเดทล่าสุด: 21 มิ.ย. 2024
2616 ผู้เข้าชม

เครื่องสำอางเป็นสินค้าส่งออกที่สำคัญอย่างหนึ่งของไทย และสหภาพยุโรปมีการออกกฎระเบียบควบคุมอย่างเข้มงวดเพราะสินค้าในหมวดนี้มีผลต่อสุขภาพของผู้บริโภคโดยตรง เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค ดังนั้นผู้ส่งออกไทยที่ต้องการส่งออกผลิตภัณฑ์มายังสหภาพยุโรป จะต้องศึกษากฎระเบียบในการผลิตสินค้าให้ดี

ทาง TNP COSMECEUTICAL ได้รวบรวมข้อมูลการเคลม 'Free-from ฉลากเครื่องสำอาง' เพื่อให้คุณส่งออกสินค้าไปยังสหภาพยุโรปได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

 

Free-from หมายถึง 'ปราศจาก' และยังมีความหมายเหมือนกับ 'ไม่มี' และ '0%'

 

ในยุโรป มีหลักเกณฑ์ 6 อย่าง ดังนี้ Legal Compliance, Truthfulness, Evidential Support, Honesty, Fairness, Informed Decision-Making 

ใน EU ไม่อนุญาตให้เคลมข้อความ ปราศจากส่วนผสมที่ต้องห้ามตามกฎหมาย
ตัวอย่าง: free from corticosteroids (สเตียรอยด์) หรือ ผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีส่วนผสมของ hydroquinone (ไฮโดรควิโนน) เนื่องจาก corticosteroids และ hydroquinone เป็นสารที่ห้ามใช้ในเครื่องสำอางอยู่แล้ว จึงไม่ควรเคลมสารที่ถูกแบนอยู่แล้วตามกฎหมายเพื่อผลประโยชน์

*Note: สามารถเข้าไปตรวจสอบสารที่ถูกแบนได้ที่ ANNEX II LIST OF SUBSTANCES PROHIBITED IN COSMETIC PRODUCTS
https://eur-lex.europa.eu/legal-content/EN/TXT/?uri=CELEX:02009R1223-20190813

ใน EU ไม่อนุญาตการเคลมให้มีข้อมูลที่เป็นเท็จหรือไม่เกี่ยวข้องกับเครื่องสำอาง
การเคลมเครื่องสำอางจะต้องมีความจริงใจ ไม่หลอกลวงผู้บริโภค และสรรพคุณที่เคลมจะต้องใช้แล้วเห็นผลจริง

ตัวอย่างข้อความไม่ควรใช้:

1. แชมพูนี้ไม่มีซัลเฟต (sulfate-free) จะไม่สามารถเคลมได้เมื่อแชมพูมีส่วนผสมที่เป็นกลุ่มซัลเฟต เช่น sodium laureth sulfate

2. เซรั่มนี้ปราศจากส่วนผสมของสารกันเสีย (presevative-free) อนุญาตให้เคลมได้ก็ต่อเมื่อไม่มีส่วนผสมของสารกลุ่มนั้นอยู่จริง หากในเซรั่มมีสารที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นผิวพร้อมยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์ก็เคลม presevative-free ไม่ได้ เพราะมีสารที่ทำหน้าที่ช่วยยับยั้งเชื้อจุลินทรีย์อยู่ถึงแม้หน้าที่หลักจะให้ความชุ่มชื้นผิวก็ตาม

3. ครีมนี้ให้ความชุ่มชื้น 48 ชั่วโมง ครีมตัวนี้จำเป็นต้องมีหลักฐานที่พิสูจน์ได้จริง เช่น หลักฐานที่ส่งทดสอบความชุ่มชื้นในผิวจากห้องทดลอง ไม่สามารถเคลมลอยๆ ได้

4. เคลมชื่อสารจะต้องมีสารดังกล่าวเป็นส่วนผสมในเครื่องสำอางนั้นจริง เช่น เครื่องสำอางที่เคลมว่ามีน้ำผึ้ง ต้องมีน้ำผึ้งจริงๆ จะมีเพียงรสน้ำผึ้งหรือกลิ่นน้ำผึ้งไม่ได้

5. หากมีการเคลมสรรพคุณของสาร เช่น เซรั่มนี้ใช้แล้วชุ่มชื้นเพราะมีกรดไฮยาลูโรนิกที่ให้ความชุ่มชื้นสูง ตัวเซรั่มเองจะต้องให้ความชุ่มชื้นได้จริง จะต้องมีเปอร์เซ็นต์สารดังกล่าวเป็นส่วนผสมในปริมาณที่เพียงพอแก่การเคลม และไฮยาที่เคลมต้องมีความเข้มข้นที่พิสูจน์แล้วว่าให้ความชุ่มชื้นได้จริงเช่นกัน

6. การสื่อสารทางการตลาดไม่ควรใช้ความคิดเห็นจากผู้ใช้มาเป็นเครื่องยืนยันว่าเครื่องสำอางได้รับการพิสูจน์แล้ว เช่น มีผู้ใช้แสดงความคิดเห็นว่า โลชั่นนี้ใช้แล้วผิวกระจ่างใสตั้งแต่ 7 วันแรกที่ใช้ ไม่สามารถนำมาเคลมได้ ยกเว้น ความคิดเห็นนั้นจะสะท้อนมาจากผลทดสอบที่ส่งไปทดลองแล้วผลออกมาว่าโลชั่นนี้ช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้นใน 7 วัน

การเคลมไม่ว่าจะเคลมโดยตรงชัดเจนหรือเคลมแบบอ้อมๆ ต้องมีหลักฐานที่พิสูจน์ได้ทางเครื่องสำอางเพื่อพิสูจน์หรือสนับสนุนข้อความที่ใช้ในการเคลม เช่น หลักฐานวิทยาศาสตร์การวิเคราะห์ผลของสีผิวที่สม่ำเสมอ การทดลอง in-vitro, in-vivo

การเคลมสรรพคุณของสารในเครื่องสำอางจะต้องมีหลักฐาน เช่น ความเข้มข้นของส่วนผสมที่ให้ประสิทธิภาพนั้นๆ 

ตัวอย่างข้อความไม่ควรใช้: 'น้ำหอมนี้ทำให้คุณเป็นนางฟ้า' นั้นเกินความจริง เนื่องจากไม่มีใครคิดว่าเมื่อใช้น้ำหอมนี้แล้วจะเป็นนางฟ้า 

การเคลมไม่ควรเกินความจริง 'Free-from' ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางบางประเภทไม่สามารถเคลมได้ 

ตัวอย่างข้อความไม่ควรใช้: น้ำหอมที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ปริมาณมากจนไม่ต้องใส่สารกันเสียเพิ่มในสูตร ไม่สามารถเคลม ปราศจากสารกันเสีย/preservative-free  เพราะแอลกอฮอล์มีคุณสมบัติในการยับยั้งเชื้อแบคทีเรียอยู่แล้ว รวมถึงส่วนผสมอื่นๆ ที่มีผลป้องกันเชื้อจุลินทรีย์แต่ไม่ได้อยู่ในหมวดสารกันเสีย Annex V

ข้อความ 'ปราศจากน้ำหอม' ไม่อนุญาตให้เคลมหากมีส่วนผสมที่ทำหน้าที่สร้างกลิ่นในสูตร

ข้อความ 'ผู้ใช้หนึ่งล้านคนชอบผลิตภัณฑ์นี้' ไม่อนุญาตหากอิงจากยอดขายหนึ่งล้านชิ้น

ภาพ Before/After ที่มาจากระบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น โปรแกรมตกแต่งภาพ ไม่อนุญาตหากทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับประสิทธิภาพของเครื่องสำอาง

การใช้งานร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ควรระบุไว้อย่างชัดเจน เช่น หากประสิทธิภาพของแชมพูที่อ้างมาจากการใช้แชมพูนั้นร่วมกับครีมนวดผม ควรระบุว่าใช้กับครีมนวดผม 

การเครมไม่ควรใช้ Free-from ในเชิงลบด้านความปลอดภัย

การเคลมเครื่องสำอางควรมีวัตถุประสงค์ที่ชัดเจน ไม่สร้างความสับสน และไม่ควรทำให้คู่แข่งเสื่อมเสีย ไม่ควรด้อยค่าส่วนผสมที่ยังมีการใช้อย่างถูกกฎหมาย

ตัวอย่างข้อความที่ไม่ควรใช้:
- ผลิตภัณฑ์นี้ไม่มีส่วนผสมของสารพาราเบนซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่าระคายเคือง' จากข้อความนี้มีการด้อยค่าผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารพาราเบนในเชิงลบ และทำให้ผู้บริโภคเข้าใจว่าพาราเบนเป็นอันตรายก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ 
- มีสารก่อภูมิแพ้ต่ำเพราะไม่ใส่สารกันเสีย' นั้นไม่เป็นธรรม เพราะตีความได้ว่าสารกันเสียทั้งหมดเป็นสารก่อภูมิแพ้

*free from parabens ไม่ควรเคลม เพราะจะสื่อความหมายได้ว่าพาราเบนทั้งหมดอันตรายต่อผู้ใช้ แต่ความจริง  พาราเบนบางตัวปลอดภัยเมื่อใช้ตามข้อบังคับ และพาราเบนตัวที่ถูกแบน เช่น Isopropylparaben ก็เป็นสารต้องห้ามอยู่แล้ว
*phenoxyethanol และ triclosan เป็นสารกันเสียที่ปลอดภัยเมื่อใช้ในปริมาณที่ถูกต้อง ทาง eu จึงไม่อนุญาตให้เคลม
*free-from phenoxyethanol/ free-from triclosan เนื่องจากจะทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิดได้ว่าสารทั้ง 2 ตัวนี้เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ 

การเคลมควรมีความชัดเจน และผู้บริโภคมีความเข้าใจ Free-from ที่ใช้เคลมในเครื่องสำอางกลุ่มเป้าหมายเฉพาะ 

หากผลิตภัณฑ์มุ่งเป้าไปที่ผู้เชี่ยวชาญก็สามารถใช้ศัพท์ทางเทคนิคได้ และการสื่อสารทางการตลาดควรมีความชัดเจน แม่นยำ ตรงประเด็น และเข้าใจได้สำหรับกลุ่มเป้าหมาย 

ตัวอย่างข้อความไม่ควรใช้:

'ปราศจากแอลกอฮอล์' ในน้ำยาบ้วนปากที่เป็น ผลิตภัณฑ์สำหรับครอบครัว
'ปราศจากส่วนผสมจากสัตว์' ในผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ทานมังสวิรัติหรือ vegan
'Free from acetone (อะซีโตน)' ในยาทาเล็บสำหรับผู้ใช้ที่ต้องการหลีกเลี่ยงกลิ่น

ข้อมูลจากอ้างอิงจาก:
European Commission - Technical document on cosmetic claims
CTPA Help Note on Free From Claims Understanding the EC Technical Document on Cosmetic Claims


จากข้อมูลที่ TNP COSMECEUTICAL รวบรวมมาหวังว่าจะช่วยคุณมีไอเดียในการทำฉลากส่งออกได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายสหภาพยุโรป และเพียงให้เราดูแลแบรนด์ของคุณ ทางเรามีผู้เชี่ยวชาญในการส่งออกเครื่องสำอาง ตรวจสอบความถูกต้องทุกขั้นตอน ให้คุณหายห่วงเพียงแค่ให้เราดูแล


บทความที่เกี่ยวข้อง
แนวโน้มตลาดเครื่องสำอางของจีนและการส่งออกเครื่องสำอางไทยไปจีน ปี 2023
ตลาดผลิตภัณฑ์ด้านความงามของจีนเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีศักยภาพและแนวโน้มการเติบโตสูงอย่างต่อเนื่อง
12 มิ.ย. 2024
5 วิธี ถ้าอยากมีผิวดีต้องทำ
การใช้สกินแคร์แต่ละสภาพผิว เพราะผิวของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน ทริคที่แนะนำวันนี้อาจจะทำให้คุณได้รู้ว่าตัวเองนั้นดูแลผิวแบบผิดๆ มาตลอด
10 มิ.ย. 2024
10 อันดับเทรนด์การดูแลผิว ปี 2023 Top 10 Skin Care Trends of 2023
เทรนด์ที่คาดการณ์ในปี 2022 กำลังสร้างกระแสในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็น Skin Cycling หรือ Skinimalism ที่เราพอคุ้นๆ และได้ยินกันมาบ้างแล้ว
11 มิ.ย. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้