Talk GURU เรื่องเครื่องสำอาง : EP 1 ฉลากเครื่องสำอางน่ารู้

Last updated: 2021-04-26  |  709 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Talk GURU เรื่องเครื่องสำอาง  : EP 1 ฉลากเครื่องสำอางน่ารู้

     เรื่องไม่ไกลตัว แต่เป็นประเด็นที่หลายคนมักมองข้าม โดยเฉพาะคนที่เพิ่งเริ่มสร้างแบรนด์ คือ ข้อกฎหมายฉลากของเครื่องสำอาง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการออกแบบ ดีไซน์ฉลากสินค้าโดยตรง ทั้งนี้ทาง อย. มีข้อกำหนดว่าต้องแสดงรายละเอียดอย่างไร ถ้าใส่รายละเอียดไม่ครบถ้วน ไม่เป็นไปตามที่หลักเกณฑ์ที่กำหนด มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน และปรับสูงสุดถึง 30,000 บาท!!

     นอกจาก ชื่อสินค้า และ เลขที่ใบรับจดแจ้ง บนฉลากเครื่องสำอางที่ถูกต้อง ควรมีรายละเอียดอะไรอีกบ้าง จะได้ไม่ออกแบบผิด เสียเงินซ้ำซ้อน มาดูกันเลยครับ

 

 

ตามพระราชบัญญัติเครื่องสำอาง พ.ศ.2558 และ ประกาศเรื่องฉลากเครื่องสำอาง พ.ศ.2562

ได้กำหนดว่า ฉลากของเครื่องสำอางที่ขายในประเทศต้องใช้ข้อความภาษาไทย มีขนาดที่สามารถอ่านได้ชัดเจน และอาจมีภาษาต่างประเทศด้วยก็ได้ โดยต้องระบุรายละเอียดดังต่อไปนี้

 

1.ชื่อการค้า และชื่อเครื่องสำอาง ต้องมีขนาดใหญ่กว่าข้อความอื่นๆ และไม่สื่อถึงสรรพคุณเกินจริง

2.ประเภท หรือ ชนิดของเครื่องสำอาง ระบุไว้ในฉลาก เพื่อแบ่งประเภทของผลิตภัณฑ์ให้ผู้บริโภคเข้าใจได้ง่าย เช่น ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวกาย, ผลิตภัณฑ์กันแดด

3.วิธีใช้ รายละเอียดวิธีการใช้ ของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางนั้นๆ ระยะเวลา และปริมาณใช้ที่เหมาะสม เพื่อประสิทธิภาพผลลัพธ์ดีที่สุด

4.ส่วนผสม ชื่อสารทุกชนิดที่เป็นส่วนผสม ต้องเป็นชื่อตามที่ อย. ประกาศกำหนด และเรียงลำดับปริมาณของสารจากมากไปหาน้อย ในกรณีที่สารมีความเข้มข้นน้อยกว่า ร้อยละ 1 ไม่ต้องเรียงลำดับ แต่ให้อยู่ถัดจากสารที่มีความเข้มข้น ร้อยละ 1

5.คำเตือน เครื่องสำอางบางประเภทจะต้องแสดงคำเตือนที่ฉลาก เพื่อให้ผู้บริโภคได้ทราบถึงข้อควรระวังในการใช้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางเพื่อความปลอดภัย ตัวอย่างคำเตือน เช่น สําหรับใช้ภายนอกเท่านั้น หลีกเลี่ยงการสัมผัสดวงตา

6.สถานที่ผลิต ต้องระบุชื่อและที่ตั้งผู้ผลิต กรณีเป็นเครื่องสำอางผลิตในประเทศ / ชื่อ ที่ตั้งของผู้นำเข้า และ ชื่อผู้ผลิต ประเทศที่ผลิต กรณีเป็นเครื่องสำอางนำเข้า เพื่อให้มีความน่าเชื่อถือ รวมทั้งสามารถติดตามและตรวจสอบได้


7.เลขที่ใบรับแจ้ง 



     สัญลักษณ์ที่บ่งชี้ว่าผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางนั้นได้ผ่านการตรวจสอบและขึ้นทะเบียนจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา อย่างถูกต้องตามกฎหมาย เรียบร้อยแล้ว โดยใช้ตัวอักษร Reg.No หรือ เลขที่ใบจดแจ้ง ตามด้วยตัวเลข


(ภาพประกอบหัวข้อ 8, 9, 10)

8.เลขที่แสดงครั้งผลิต นิยมใช้คำย่อเป็น Lot No., Cont.No., Batch No. หรือ L , C , L/C , B/C แล้วตามด้วยเลขแสดงครั้งที่ผลิต เพื่อประโยชน์ในการสืบค้นข้อมูลต่างๆ ในการผลิต เช่น Lot 2009017/01

9.เดือนปีที่ผลิต ใช้อักษร MFG หรือ MFD ย่อมาจาก Manufacturing date / Manufactured Date ตามด้วยเลขเดือน ปี ที่ผลิต หรือ ปี เดือน ที่ผลิต เช่น MFD 03/21

10.เดือนปีที่หมดอายุ ข้อกฎหมายกำหนดให้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่มีอายุการใช้งานน้อยกว่า 30 เดือน ต้องระบุวันหมดอายุในฉลาก โดยใช้อักษรย่อ EXP หรือ EXD ย่อมาจาก Expiry Date / Expiration Date ตามด้วยเลขเดือนปีที่หมดอายุ หรือ ปี เดือน ที่หมดอายุ เช่น EXP 03/23

11.ปริมาณสุทธิ
เพื่อบอกปริมาณของตัวสินค้า โดยผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางจำหน่ายในประเทศไทย มีทั้งที่ใช้หน่วยวัดเป็น กรัม (g.)  และ มิลลิลิตร (ml.)

 

12.ข้อความจำเป็นอื่นๆ (ถ้ามี)

สัญลักษณ์ PAO (Period After Opening) หมายถึง อายุการใช้งานของผลิตภัณฑ์หลังจากเปิดใช้ครั้งแรก โดยจะระบุเป็นจำนวนเดือน และมีตัวเลขกำกับไว้ ตามด้วย M (month) ซึ่ง PAO จะแตกต่างจาก Expire Date ที่เป็นวันหมดอายุของเครื่องสำอางที่ยังไม่เคยเปิดใช้

 

ที่มาภาพ unblast.com

     จะเห็นว่า รายละเอียดที่อยู่บนฉลากเครื่องสำอาง เป็นสิ่งที่มีความสำคัญมาก ดังนั้นโรงงานรับผลิตครีมชั้นนำ จึงต้องมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาและตรวจสอบข้อมูลฉลากสินค้า ก่อนยื่นจดแจ้ง อย. เพื่อให้ฉลากมีความถูกต้อง ครบถ้วน ตามข้อกฎหมายที่ทาง อย. กำหนด ทำให้ไม่ต้องเสียเวลายื่นจดแจ้ง แก้ไขหลายรอบ เหมือนอย่างที่เจ้าของแบรนด์หลายๆคนเคยเจอ


ที่มาภาพ agoda.com

เกร็ดความรู้ ฉลากเครื่องสำอาง

-ฉลากของเครื่องสำอางที่ขายในประเทศต้องใช้ข้อความภาษาไทย และมีขนาดที่สามารถอ่านได้ชัดเจน อาจมีข้อความอื่นหรือมีภาษาต่างประเทศด้วยก็ได้ ยกเว้นชื่อของสารที่ใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง อาจใช้ภาษาไทย หรือเขียนภาษาไทยทับศัพท์ภาษาอังกฤษ หรือใช้ภาษาอังกฤษ อย่างใดอย่างหนึ่ง
(ในกรณีที่มีการใช้สารอนุภาค nano เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง ให้ระบุข้อความ “nano” ข้างท้ายชื่อสาร)

-ในกรณีของเครื่องสําอางที่มีการควบคุมฉลากที่มีภาชนะบรรจุขนาดเล็ก และมีพื้นที่ ในการแสดงฉลากน้อยกว่า 20 ตารางเซนติเมตร อย่างน้อยต้องแสดง ชื่อการค้าและชื่อเครื่องสำอาง เลขที่แสดงครั้งที่ผลิต  เดือนปีที่ผลิต เดือนปีที่หมดอายุ และ  เลขที่ใบรับจดแจ้ง ส่วนรายละเอียดอื่นๆให้แสดงไว้ที่ใบแทรก หรือเอกสารที่ใช้ประกอบเครื่องสําอาง

-ไม่แสดงถึงชื่อเครื่องสำอาง ส่วนประกอบของเครื่องสำอาง อัตราส่วนของเครื่องสำอาง ปริมาณของเครื่องสำอาง หรือ แสดงถึงสรรพคุณของเครื่องสำอางอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อ หรือ เข้าใจผิดในสาระสำคัญ

-ไม่ทำให้เข้าใจว่า มีวัตถุตามข้อความ ชื่อ รูป รูปภาพ ผสมอยู่ในเครื่องสำอางโดยที่ไม่มีวัตถุนั้นผสมอยู่ หรือ มีส่วนผสมอยู่ในปริมาณ ที่ไม่อาจแสดงสรรพคุณตามข้อความที่กล่าวอ้าง

-ไม่พ้องเสียง พ้องรูป กับคำหรือข้อความที่สื่อถึงคุณประโยชน์ คุณภาพ สรรพคุณ อันเป็นเท็จ เกินจริง

-ไม่ขัดกับวัฒนธรรมและศีลธรรมอันดีงามของไทย หรือส่อไปในทางทำลายคุณค่าของภาษาไทย

 

ปรึกษาการสร้างแบรนด์ เลือก TNP Cosmeceutical ที่เดียวจบ ครบทุกการบริการ
ภายใต้มาตรฐาน GMP TUV NORD จากประเทศเยอรมัน