ครีม&เซรั่ม สกินแคร์เหมือนกัน แต่การดูแลผิวแตกต่างกัน

Last updated: 2021-12-03  |  287 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ครีม&เซรั่ม สกินแคร์เหมือนกัน แต่การดูแลผิวแตกต่างกัน

      ไม่ว่าใครก็อยากมีสุขภาพผิวดีกันทั้งนั้น แต่เมื่ออายุมากขึ้น สภาพผิวเริ่มเปลี่ยนแปลงไป บวกกับสภาพแวดล้อมที่ต้องเผชิญทั้งมลภาวะ และความเครียด จึงทำให้หลายคนกังวลว่าสกินแคร์ที่ใช้อยู่ อาจไม่เพียงพอ การเปรียบเทียบคุณสมบัติสกินแคร์กับผิวแต่ละช่วงวัย จึงเริ่มถูกพูดถึงมากขึ้น โดยเฉพาะ “ครีมบำรุงผิว และ เซรั่ม” ควรบำรุงผิวแบบไหนดีกว่ากัน ?

 

ผิวของเรา ต้องการการดูแลแบบไหน

     ก่อนอื่น เรามาทำความรู้จักและเข้าใจโครงสร้างผิวกันก่อน เพราะภายใต้ผิวที่เราเห็นอยู่ ยังมีชั้นผิวหนังที่ลึกลงไป ซึ่งมีความซับซ้อนและการทำงานแตกต่างกัน เพื่อจะได้รู้ว่าผิวของเราควรได้รับการดูแลแบบไหน

 

• ผิวหนังชั้นนอกสุด (Epidermis) ทำหน้าที่เป็น Skin Barrier ช่วยปกป้องผิวเราจากมลภาวะ แบคทีเรีย และป้องกันการสูญเสียน้ำของผิว รวมทั้งเป็นชั้นที่ผลิตเม็ดสีเมลานิน ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเกิดผิวหมองคล้ำ และจุดด่างดำ 

• ผิวชั้นกลาง (Dermis) หรือชั้นหนังแท้ จะอุดมไปด้วย คอลลาเจน (Collagen) และ อีลาสติน (Elastin) ทำหน้าที่สร้างความแข็งแรงและความยืดหยุ่น ให้ผิวสุขภาพดี และยังมีต่อมไขมัน ช่วยสร้างความชุ่มชื้นหล่อเลี้ยงผิว

• ผิวชั้นไขมัน (Hypodermis) ประกอบด้วยเซลล์ไขมัน ทำหน้าที่ให้ความอบอุ่นแก่ร่างกาย และดูดซับแรงกระแทกป้องกันอาการบาดเจ็บ

     จะเห็นว่ากลไกของผิวหนังแต่ละชั้น ล้วนมีผลต่อสุขภาพผิวโดยรวม ทั้งนี้เมื่อเข้าช่วงอายุ 30 โครงสร้างของชั้นผิวเหล่านี้จะค่อยๆเสื่อมสภาพ ผิวกักเก็บความชุ่มชื้นได้ลดลง คอลลาเจนในผิวลดลง ความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของผิวหายไป เจอปัญหาผิวแห้งกร้าน ไม่เรียบเนียน เกิดริ้วรอยต่างๆตามมา รวมทั้งเกิดจุดด่างดำ ฝ้า กระ บนผิวได้ง่ายมากขึ้นอีกด้วย

 

“ครีมบำรุง” เติมความชุ่มชื้น เสริม Skin Barrier ผิวให้สมดุล

     มีน้ำมันและน้ำเป็นส่วนผสมหลัก หรือในบางสูตรอาจไม่มีน้ำเป็นส่วนผสมเลย เรียกว่า anhydrous ให้เนื้อสัมผัสเวลาทา และความชุ่มชื้นแก่ผิวมากกว่าสกินแคร์ประเภทอื่นๆ ช่วยเสริมสร้างเกราะปกป้องผิว และลดการเกิดริ้วรอย เหมาะสำหรับ คนที่มีปัญหาผิวแห้ง รวมทั้งวัยทำงาน อายุเข้าเลข 3 ผิวโทรมเร็ว ต้องการบำรุงผิวขั้นสุด

     ทั้งนี้ในปัจจุบัน วงการความงามพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้สกินแคร์ประเภทครีม มีหลากหลายเนื้อสัมผัส ตามความต้องการ เช่น เดย์ครีมและกันแดด ที่มีเนื้อครีมบางเบา เน้นการซึมซาบไว ปกป้องผิวได้เร็วขึ้น  , ไนท์ครีมเข้มข้น เน้นฟื้นฟูผิวยามที่นอนหลับมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

 

• ให้ความชุ่มชื้นมากกว่าเนื้อสกินแคร์อื่นๆ

• ช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว (skin barrier)

• ลดการสูญเสียน้ำออกจากผิว ป้องกันการเกิดริ้วรอยได้ดี

• เหมาะสำหรับคนผิวปกติ ผิวแห้ง และช่วงอายุ 30 ขึ้นไป

 

“เซรั่ม” สกินแคร์ที่ตอบโจทย์บำรุงลึกถึงผิวชั้นใน

     ลักษณะเนื้อเหลว ประกอบไปด้วยโมเลกุลขนาดเล็กจำนวนมาก ทำให้เซรั่มมีความบางเบา สามารถนำพาสารสำคัญเข้าบำรุงได้ถึงระดับผิวชั้นลึก ช่วยฟื้นฟูและเสริมกระบวนการทำงานของผิวให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เห็นความเปลี่ยนแปลงของผลลัพธ์ได้ชัดเจน ตั้งแต่ปัญหาริ้วรอย ความหมองคล้ำ จุดด่างดำ ผิวแห้งขาดน้ำ ตลอดจนถึงการผลัดเซลล์ที่เสื่อมสภาพ การอุดตันรูขุมขน

 


• สัมผัสบางเบา ซึมซาบลึกสู่ผิวอย่างรวดเร็ว

• ฟื้นบำรุงระดับชั้นผิวที่สกินแคร์ชนิดอื่นๆเข้าไม่ถึง  

• เห็นผลลัพธ์ได้ในระยะเวลาอันสั้น

• ใช้ง่าย เหมาะกับทุกสภาพผิว 

• ใช้ร่วมกับเนื้อครีม เสริมประสิทธิภาพการบำรุงผิวสูงสุด


     หลังจากรู้แบบนี้แล้ว ถึงแม้ว่าผลิตภัณฑ์เซรั่มจะช่วยบำรุงถึงผิวชั้นใน และจัดการปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด แต่การใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ครีมที่เข้ากับสภาพผิวของเรา ย่อมเสริมประสิทธิภาพการบำรุงผิวชั้นนอก เติมความชุ่มชื้น และรับมือการเกิดริ้วรอยก่อนวัยได้ดียิ่งขึ้น

     ทั้งครีมและเซรั่ม คิดค้นมาเพื่อตอบโจทย์การดูแลผิวแตกต่างกัน ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เราจะเห็นหลายๆแบรนด์ชั้นนำ ทำผลิตภัณฑ์เซรั่มและครีม เป็นเซตบำรุงผิวให้ใช้ร่วมกัน ก็เพื่อผลลัพธ์ประสิทธิภาพการดูแลผิวสูงสุดนั่นเอง

 

สร้างแบรนด์เครื่องสำอางครบวงจร กับ โรงงานรับผลิตครีมชั้นนำที่ได้มาตรฐานการผลิตสากล

ISO 22716 , GMP TUV NORD , GMP ASEAN และ HALAL 


รับสร้างแบรนด์ครบวงจร

ครีมบำรุงผิว กันแดด เมคอัพ รีมูฟเวอร์ ผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก เส้นผม และผิวกาย

ลงทุนเริ่มต้นเพียงหลักหมื่น