AHA BHA PHA LHA ต่างกันอย่างไร รู้ก่อนเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสภาพผิว

Last updated: 2022-02-25  |  454 จำนวนผู้เข้าชม  | 

AHA BHA PHA LHA ต่างกันอย่างไร  รู้ก่อนเลือกใช้ให้เหมาะสมกับสภาพผิว

     ตามปกติแล้วผิวของคนเรา จะมีการผลัดเซลล์ผิวเองทุกๆ 21-28 วัน แต่เมื่ออายุมากขึ้น และมลภาวะที่ต้องเผชิญในชีวิตประจำวัน จึงทำให้กลไกการผลัดเซลล์ผิวตามธรรมชาตินั้นเกิดช้าลง และมีประสิทธิภาพลดลง นำมาสู่ปัญหาผิวหมองคล้ำ ไม่สดใส และเป็นสาเหตุของสิวอุดตัน รวมทั้งยังทำให้สกินแคร์ตัวแพงของเราๆไม่สามารถซึมซาบบำรุงผิวได้ดีอย่างเต็มประสิทธิภาพ การใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของสารช่วยผลัดเซลล์ผิว จึงเข้ามามีบทบาทสำคัญในสกินแคร์รูทีน 

      แต่ทั้งนี้ Skincare Ingredient ที่นิยมนำมาใช้ในการผลัดเซลล์ผิว ก็มีหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น AHA BHA PHA หรือ LHA ซึ่งแต่ละตัวก็มีคุณสมบัติเด่นที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นในวันนี้เราเลยจะพาทุกคนมาทำความรู้จักส่วนผสมเหล่านี้กันให้มากยิ่งขึ้นครับ



AHA - Alpha Hydroxy Acid

     AHA หรือ กรดอัลฟาไฮดรอกซี เป็นหนึ่งในส่วนผสมที่นิยมใช้กันมากที่สุด โดยสกัดมาจากกลุ่มผลไม้ต่างๆ เช่น มะนาว ส้ม ส้มโอ มะขาม แอปเปิ้ล และจากกระบวนการบ่ม เช่น นมเปรี้ยว มีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ ละลายน้ำได้ดี

ทำหน้าที่: เน้นกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวบนผิวชั้นนอก ช่วยให้ผิวเรียบเนียนกระจ่างใส ลดความหยาบกร้าน และยังเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิว เหมาะมากสำหรับสภาพผิวปกติและผิวแห้ง 

     ชื่อที่พบในผลิตภัณฑ์สกินแคร์ ได้แก่ กรดซิตริก (Citric Acid) , กรดไกลโคลิก (Glycolic Acid) , กรดทาร์ทาริก(Tartaric Acid) , กรดแมนดีลิก (Mandelic Acid) และ กรดแลกติก (Lactic Acid)




BHA-Beta Hydroxy Acids

     BHA หรือ กรดเบต้าไฮดรอกซี ที่หลายคนคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีในฉลากสกินแคร์ เป็นสารสกัดธรรมชาติที่ได้มาจากเปลือกของต้นวิลโลขาว มีคุณสมบัติละลายในน้ำมัน สามารถแทรกซึมเข้าไปในชั้นผิวได้ดี

     ทำหน้าที่: ช่วยในการขจัดเซลล์ผิวเก่าอย่างมีประสิทธิภาพ และลดการอุดตันรูขุมขน ที่เป็นสาเหตุของสิวอุดตัน อีกทั้งยังช่วยลดการอักเสบ และอาการแดงได้อีกด้วย จึงเหมาะกับคนผิวมัน รูขุมขนกว้าง และมีปัญหาสิวอุดตัน

     ชื่อที่พบในผลิตภัณฑ์สกินแคร์ ได้แก่ เบต้า ไฮดรอกซี่ แอซิด (BHA) , กรดซาลิไซลิก (Salicylic Acid)

 
ที่มารูปภาพ : www.posttoday.com

PHA-Poly Hydroxy Acids

     PHA กรดโพลีไฮดรอกซี โดดเด่นด้วยคุณสมบัติในการผลัดเซลล์ผิวคล้ายคลึงกับ AHA แต่มีโมเลกุลขนาดใหญ่กว่า ค่อยๆซึมเข้าผิว โดยไม่ทำให้เกิดการระคายเคืองเท่า AHA

     ทำหน้าที่: เสริมการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน และช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น รวมทั้งแอนตี้ออกซิแดนท์ ให้ผิวพรรณแลดูสดใสสุขภาพดีอีกด้วย เหมาะสำหรับคนผิวบอบบาง แพ้ง่าย

     ชื่อที่พบในผลิตภัณฑ์สกินแคร์ ได้แก่ กลูโคโนแลคโตน (Gluconolactone) , กาแลคโตส (Galactose) และ กรดแลคโตไบโอนิก (Lactobionic Acid)  



LHA-Lipo Hydroxy Acids

     LHA หรือ กรดไลโปไฮดรอกซี เป็นอนุพันธ์หนึ่งของกรดซาลิไซลิกที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพ และระคายเคืองน้อยกว่า BHA ที่มีฤทธิ์เป็นกรดสูง โดยมีค่า pH ใกล้เคียงกับธรรมชาติของผิว

     ทำหน้าที่: มีบทบาทในการผลัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้ว ช่วยควบคุมความมันส่วนเกิน ลดการอุดตันรูขุมขน และลดริ้วรอย เหมาะสำหรับทั้งผู้ที่มีปัญหารูขุมขนกว้าง ปัญหาสิวอุดตัน และสภาพผิวมัน แต่ระคายเคืองง่าย

     ชื่อที่พบในผลิตภัณฑ์สกินแคร์ ได้แก่  ไลโป-ไฮดรอกซีแอซิด (Lipo Hydroxy Acids) , คาร์พริอิวซาลิไซลิก (Capryloyl Salicylic Acid)




     อ่านมาถึงตอนนี้ หลายๆคนคงพอเข้าใจความแตกต่างของ AHA BHA PHA LHA ได้ชันเจนมากขึ้นที่มีมากกว่าแค่คำว่า“ผลัดเซลล์ผิว” ตั้งแต่ที่มาของสารสกัดแต่ละประเภท กลไกการออกฤทธิ์ รวมไปถึงสภาพผิวที่เหมาะสม เวลาอ่านฉลากส่วนผสมสกินแคร์ในครั้งถัดไป จะได้เลือกให้เหมาะกับผิวของตนเอง