Wellness Beauty Trend ดูแลสุขภาพความงามแบบองค์รวม

Last updated: 28 เม.ย 2566  |  2647 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Wellness Beauty Trend ดูแลสุขภาพความงามแบบองค์รวม

     3 ปีที่ผ่านมาเราได้มีการปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการระบาดของโรค Covid -19, ภาวะโลกร้อน, ฝุ่น PM 2.5 รวมไปถึงเศรษฐกิจ ทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลต่อทั้งสุขภาพ ร่างกาย จิตใจ รวมไปถึงผิวพรรรณของเราอีกด้วย ในด้านของเทรนด์ความงาม "Wellness Beauty" ก็เกิดขึ้นมาจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เช่นกันค่ะ




ก่อนอื่นมารู้จัก 3 เหตุผลที่ผู้คนให้ความสำคัญกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้นกันค่ะ

1.ต้องการปรับปรุงสุขภาพให้ดีขึ้น

2.อยากมีชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพแข็งแรง

3.อยากมีสุขภาพดีเพื่อจะได้ให้ความสำคัญกับสิ่งอื่นๆ มากขึ้น



ที่ผ่านมาผลกระทบจากโรคระบาดส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงและคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด



"Wellness" หมายถึง ความสุขสมบูรณ์ของบุคคลในองค์รวม ในปัจจุบันมิติของความเป็นอยู่ที่ดีมีทั้งหมด 8 มิติ นั่นก็คือ กาย, จิต, สังคม, อารมณ์, สติปัญญา, อาชีพการงาน, สภาพการเงิน และสภาพแวดล้อม


"Wellness Beauty" หมายถึงการดูแลสุขภาพความงามแบบองค์รวม ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลจิตใจให้สดชื่น แจ่มใส การเลือกอาหารที่ทำให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี เป็นความงามที่เปล่งประกายจากภายในสู่ภายนอก




     อารมณ์มีผลต่อสุขภาพความงาม หากเราอารมณ์ไม่ดี วิตกกังวล หรือซึมเศร้า สมองก็จะหลั่งฮอร์โมนความเครียด และผลก็จะไปปรากฎที่ผิวของเรา ไม่ว่าจะผิวแห้ง หมองคล้ำ หรือเกิดสิวต่างๆ ในทางตรงกันข้ามหากเราอารมณ์ดีก็จะหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขออกมา ผิวพรรณก็จะเปล่งปลั่ง สดใส สุขภาพดี



5 วิธีผ่อนคลายความเครียด


1.นอนหลับให้เพียงพอ (Sleep Syncing)

เวลาที่ใช้ในการนอนหลับฝันดีจะอยู่ที่ 7-9 ชั่วโมง แต่น้อยคนมากที่จะทำตามได้ ในบางรายมีการนอนหลับที่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมงอีกด้วย ซึ่งการอดนอนจะทำให้เกิด Metabolically Groggy ร่างกายจะมีปฎิกิริยาตอบโต้ต่ออินซูลินลดลง เกิดปัญหาในการจัดการกับไขมัน จนส่งผลให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นตามมา วิธีที่จะช่วยลดความเครียดจากการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ คือการปรับอาหารและกิจวัตรตอนกลางคืนของเรา โดยเปลี่ยนอาหารมื้อหนักในตอนเย็นเป็นการทานอาหารแบบเบาๆ ในช่วงบ่ายแทน ในตอนกลางคืนก็หันมาใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวก่อนนอน หลีกเลี่ยงการดูอะไรแย่ๆ ก่อนนอนที่จะทำให้เกิดฝันร้ายได้

2.ดูแลลำไส้และสมอง (Gut-Brain Connection)

สุขภาพลำไส้เองก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ในยุคที่โลกเป็นพิษมากขึ้นส่งผลให้ระดับความเครียดของเราเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย มีรายงานว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ผิดปกติทางอารมณ์มากขึ้น เกิดซึมเศร้า และความวิตกกังวัลที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งหลายครั้งที่ความผิดปกตินี้เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหารของผู้ป่วย เมื่อพิจารณาดูแล้วก็จะพบความเชื่อมโยงระหว่างลำไส้และสมอง ในลำไส้ของเรามีเซลล์ประสาทประมาณ 100 ล้านเซลล์จนถูกเรียกว่า สมองที่ 2 ของมนุษย์ ที่สำคัญลำไส้สามารถสร้างฮอร์โมนแห่งความสุขได้มากกว่าสมองของเราอีกด้วย ด้วยการเชื่อมโยงนี้สำไส้และสมองจึงเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาสุขภาพที่ดีและป้องกันโรค ดังนั้นจำเป็นต้องได้รับการดูแลที่ดี ทานอาหารที่เสริมการทำงานของสำไส้ เช่น อาหารที่มี Pre-Pro Bitotics รวมไปถึงอาหารที่ช่วยบำรุงสมองด้วยเช่นกัน

3.หันมาบริโภคมัทฉะ (Matcha Makeover)

หมดเวลาของกาแฟ ได้เวลาของมัทฉะ (Matcha) การเปลี่ยนเครื่องดื่มตอนเช้าจากกาแฟเป็นมัทฉะ แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดูเล็กน้อยแต่ส่งผลดีต่อสุขภาพของเรา มัทฉะให้คาเฟอีนได้เหมือนกาแฟและยังช่วยส่งเสริมสุขภาพไปพร้อมๆ กัน ในมัทฉะมีกรดอะมิโน L-Theanine ที่ช่วยให้คลื่นอัลฟ่าสงบทำให้เรามีสมาธิ ช่วยลดความเครียด จัดการความวิตกกังวล และเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ในขณะที่กาแฟสามารถทำลายสุขภาพได้เนื่องจากไปเพิ่มฮอร์โมนความเครียดให้สูงขึ้น

4.ล้างสารพิษ (Digital Detox)

เราหลายคนใช้เวลาดูหน้าจอมากกว่า 10 ชั่วโมงต่อวัน ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ หรือแล็ปท็อป มีเนื้อหามากมายในสัมคมออนไลน์ที่เรารับเข้ามา ไม่ว่าจะด้วยตั้งใจหรือบังเอิญก็ตาม จนในที่สุดเกิดความเสียหายกับสุขภาพของเราทั้งร่างกายและจิตใจ วิธีหลีกเลี่ยงคือการทำดีท็อกซ์ หยุดใช้ทุกสิ่ง พักจากสังคมออนไลน์ ปิดมือถือแล้วอยู่กับตัวเอง จะช่วยลดความเครียดของสุขภาพจิตลงได้และจะส่งผลไปถึงสุขภาพกายที่ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่

5.ออกกำลังการ (Exercise)

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยการทำสมาธิเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายและมีประสิทธิภาพซึ่งสามารถทำให้จิตใจของเราแข็งแรงและควบคุมอารมณ์ได้




     ร่างกายที่สุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอกย่อมดีที่สุด เมื่อมีสุขภาพที่ดีเราก็ย่อมลดความตึงเครียดลงได้มาก ขอแนะนำเคล็ดลับสวยสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก

1.รับประทานอาหารแต่เพียงพอดี และพอเหมาะกับความต้องการของแต่ละคน

2.เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและผิวพรรณของเราเช่น ผัก ผลไม้ ที่มีวิตามิน ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส การเลือกวัตถุดิบแบบออร์แกนิคมาปรุงอาหารเพื่อไม่ให้มีสารพิษตกค้างในร่างกาย รวมไปถึงการรับประทานอาหารที่มีกากใยทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี

3.การเลือกรับประทานวิตามิน อาหารเสริม หรือพวกเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในปริมาณที่พอดี เช่น วิตามินซี คอลลาเจน รวมไปถึงอาหารเสริมต่างๆ ที่มีสารอาหารจากธรรมชาติที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณ


Metabolic Health การเผาผลาญที่ดีสร้างสุขภาพที่ดี

Metabolism คือ กระบวนการทางเคมีทั้งหมดที่มีส่วนในการเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน เพื่อช่วยให้ร่างกายทำงานได้ตามปกติหรือสามารถรักษาภาวะต่าง ๆ ภายในร่างกายให้คงที่ โดยมีขั้นตอนที่สำคัญ 3 ประการ

1.ทำลายเซลล์เก่า (Destroy old cells)

2.รักษาเซลล์ที่มีชีวิต (Maintain living cells)

3.สร้างเซลล์ใหม่ (Produce new cells)



     การที่จะมี Metabolic Health ที่ดีจะต้องทานอาหารที่ดี เพื่อกระตุ้นเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกาย โดยไม่ปล่อยให้น้ำตาลในเลือด ไขมันในเลือด การอักเสบ และอินซูลินเพิ่มสูงขึ้นส่งผลไม่ดีต่อสุขภาพ ดังนั้นการเลือกรับประทานอาหารจึงมีผลอย่างมากต่อสุขภาพระบบเผาผลาญของเรา Metabolic Health ถูกกำหนดโดยระดับที่เหมาะสมของตัวบ่งชี้ 5 อย่าง ได้แก่ น้ำตาลในเลือด ไตรกลีเซอไรด์ คอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ความดันโลหิต และรอบเอว เมื่อทุกอย่างทำงานได้ดีเป็นปกติ ร่างกายจะปรับตัวและมีความยืดหยุ่นในการเผาผลาญ เช่น

  • ใช้อาหารประเภทต่างๆ เป็นเชื้อเพลิงได้
  • อยู่รอดเมื่อขาดเชื้อเพลิงจากการกินไม่เพียงพอ
  • จัดการเชื้อเพลิงส่วนเกินเมื่อเรากินมากเกินไป

น้ำตาลกลูโคส (Glucose) เป็นตัวการสำคัญที่ส่งผลต่อความรู้สึกของเราในทันที มีอิทธิพลต่อความหิวและอารมณ์ของเรา เมื่อกลูโคสในร่างกายไม่สมดุลผลที่ตามมาคือ น้ำหนักเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนหยุดชะงัก ส่งผลให้สุขภาพจิตไม่ดี ร่างกายจะรู้สึกเหนื่อยล้าและโหยหาน้ำตาล สุขภาพผิวก็แย่ตามมายิ่งส่งผลให้หัวใจของเราทนทุกข์ทรมาน


วิธีซัพพอร์ต Metabolic Health

1.หลีกเลี่ยงหรือลดน้ำตาลทุกชนิด
2.หลักเลี่ยงอาหารแปรรูปและอาหารฟาสต์ฟู้ด
3.เลือกน้ำมันที่เหมาะสมในการปรุงอาหาร เช่น น้ำมันอะโวคาโด น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันมะกอก


Did You Know รู้หรือไม่?

     น้ำมันที่มาจากดอกทานตะวัน ดอกคำฝอย เมล็ดองุ่น เมล็ดฝ้าย ถั่วเหลือง วอลนัท รำข้าว คาโนลา และถั่วลิสง น้ำมันเหล่านี้มักมีโอเมก้า 6 สูง ทำให้เกิดการดื้อของอินซูลิน เกิดการอักเสบได้ง่าย และกระตุ้นความอยากอาหาร

 


สกินแคร์ก็มีส่วนที่ช่วยให้เรามีสุขภาพความงามที่ดี เพราะ การดูแลผิวคือการดูแลตัวเอง โดยคุณสมบัติของสกินแคร์ในแบบ Wellness Beauty มีดังนี้

1.ช่วยลดปริมาณฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) ทำให้ผิวผ่อนคลาย
2.ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ทำให้ผิวเปล่งปลั่งสดใส
3.ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว และเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวช่วยให้ผิวแข็งแรง
4.ช่วยป้องกันการอักเสบของผิว ลดอาการคันและระคายเคือง 
5.ช่วยให้รู้สึกสบายผิว เหมาะกับผิวแพ้ง่าย



3 เหตุผลที่ Skin Care Routine ดีต่อสุขภาพจิต

1.กิจวัตรการดูแลผิวช่วยให้สุขภาพผิวและสุขภาพจิตมั่นคง การทำกิจวัตรเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เรารู้สึกดี ช่วยปลอบประโลมจิตใจ มอบสิ่งยึดเหนี่ยวให้กับเรา และสร้างความมั่นคงในชีวิต การดูแลผิวเป็นเหมือนจุดเล็กๆ ที่เรารู้สึกว่าทำให้สำเร็จได้อย่างง่ายดาย นักวิจัยพบว่าคนที่มีกิจวัตรประจำวันลดน้อยลงมีแนวโน้มที่จะป่วยด้วยโรคซึมเศร้าและไบโพลาร์ มีปัญหาทางอารมณ์ เกิดความเหงา และไม่มีความสุข


2.จดจ่อกับการทำสิ่งที่ดีให้ตัวเองเพื่อหยุดความกังวลใจ ในผู้ป่วยที่มีความวิตกกังวลและซึมเศร้าอาการจะแย่ลงหรือกำเริบขึ้นในช่วง 30-60 นาที ก่อนเข้านอน ซึ่งเป็นช่วงเวลาว่างทำให้เกิดความคิดวิตก ควรหากิจกรรมทำก่อนนอน เช่น การล้างหน้า การนวดหน้า หรือลงสกินแคร์ต่างๆ กิจกรรมเหล่านี้จะทำให้เรารู้สึกรักตัวเองมากขึ้น จดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ ช่วยให้หลุดพ้นจากความวิตกกังวลใจได้


3.การปรนนิบัติผิวเป็นประจำจะกระตุ้นสารเคมีในสมองที่หลั่งออกมาซึ่งจะช่วยกระตุ้นอารมณ์ การสร้างกิจวัตรที่ดีรวมกับมีผลิตภัณฑ์ที่เราชอบใช้ อย่างเช่น การมาส์กหน้าจะช่วยให้เราผ่อนคลาย ฮอร์โมนแห่งความสุขก็จะถูกปล่อยออกมา ยิ่งร่างกายผ่อนคลายมากเท่าไร สมองก็ลดความเครียดลงได้มากเท่านั้น




     กลิ่นช่วยทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย เช่น กลิ่นน้ำหอม อโรม่า หรือน้ำหอมที่สกัดจากดอกไม้ ผสานเนื้อสัมผัสที่มอบความสุขให้กับผิว มีความนุ่มลื่น ให้ความรู้สึกเบาสบายผิว



     การดูแลสุขภาพความงามแบบองค์รวมนั้นไม่ยากอย่างที่คิด นอกจากจะช่วยให้สุขภาพผิวภายนอกดีแล้วยังรวมไปถึงการดูแลสุขภาพจิตภายในของเราด้วย มาเริ่มดูแลตัวเองไปด้วยกับ TNP ได้เลยค่ะ เรามีบริการสร้างแบรนด์แบบครบวงจร ปรึกษาได้เลยค่ะ

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้