แชร์

Wellness Beauty Trend ดูแลสุขภาพความงามแบบองค์รวม

อัพเดทล่าสุด: 24 มิ.ย. 2024
6336 ผู้เข้าชม

     3 ปีที่ผ่านมาเราได้มีการปรับตัวกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น การระบาดของโรค Covid -19, ภาวะโลกร้อน, ฝุ่น PM 2.5 รวมไปถึงเศรษฐกิจ ทั้งหมดนี้ล้วนส่งผลต่อทั้งสุขภาพ ร่างกาย จิตใจ รวมไปถึงผิวพรรรณของเราอีกด้วย ในด้านของเทรนด์ความงาม "Wellness Beauty" ก็เกิดขึ้นมาจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เช่นกันค่ะ

ก่อนอื่นมารู้จัก 3 เหตุผลที่ผู้คนให้ความสำคัญกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีมากขึ้นกันค่ะ

  1. ต้องการปรับปรุงสุขภาพให้ดีขึ้น
  2. อยากมีชีวิตที่ยืนยาวและมีสุขภาพแข็งแรง
  3. อยากมีสุขภาพดีเพื่อจะได้ให้ความสำคัญกับสิ่งอื่นๆ มากขึ้น

ที่ผ่านมาผลกระทบจากโรคระบาดส่งผลเสียต่อสุขภาพจิต โดยเฉพาะในกลุ่มผู้หญิงและคนรุ่นใหม่อย่าง Gen Z ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด


"Wellness" หมายถึง ความสุขสมบูรณ์ของบุคคลในองค์รวม ในปัจจุบันมิติของความเป็นอยู่ที่ดีมีทั้งหมด 8 มิติ นั่นก็คือ กาย, จิต, สังคม, อารมณ์, สติปัญญา, อาชีพการงาน, สภาพการเงิน และสภาพแวดล้อม

"Wellness Beauty" หมายถึงการดูแลสุขภาพความงามแบบองค์รวม ที่ให้ความสำคัญกับการดูแลจิตใจให้สดชื่น แจ่มใส การเลือกอาหารที่ทำให้ร่างกายแข็งแรง สุขภาพดี เป็นความงามที่เปล่งประกายจากภายในสู่ภายนอก


     อารมณ์มีผลต่อสุขภาพความงาม หากเราอารมณ์ไม่ดี วิตกกังวล หรือซึมเศร้า สมองก็จะหลั่งฮอร์โมนความเครียด และผลก็จะไปปรากฎที่ผิวของเรา ไม่ว่าจะผิวแห้ง หมองคล้ำ หรือเกิดสิวต่างๆ ในทางตรงกันข้ามหากเราอารมณ์ดีก็จะหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุขออกมา ผิวพรรณก็จะเปล่งปลั่ง สดใส สุขภาพดี

5 วิธีผ่อนคลายความเครียด

1. นอนหลับให้เพียงพอ (Sleep Syncing)
เวลาที่ใช้ในการนอนหลับฝันดีจะอยู่ที่ 7-9 ชั่วโมง แต่น้อยคนมากที่จะทำตามได้ ในบางรายมีการนอนหลับที่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมงอีกด้วย ซึ่งการอดนอนจะทำให้เกิด Metabolically Groggy ร่างกายจะมีปฎิกิริยาตอบโต้ต่ออินซูลินลดลง เกิดปัญหาในการจัดการกับไขมัน จนส่งผลให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นตามมา วิธีที่จะช่วยลดความเครียดจากการนอนหลับพักผ่อนไม่เพียงพอ คือการปรับอาหารและกิจวัตรตอนกลางคืนของเรา โดยเปลี่ยนอาหารมื้อหนักในตอนเย็นเป็นการทานอาหารแบบเบาๆ ในช่วงบ่ายแทน ในตอนกลางคืนก็หันมาใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวก่อนนอน หลีกเลี่ยงการดูอะไรแย่ๆ ก่อนนอนที่จะทำให้เกิดฝันร้ายได้

2. ดูแลลำไส้และสมอง (Gut-Brain Connection)
สุขภาพลำไส้เองก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ ในยุคที่โลกเป็นพิษมากขึ้นส่งผลให้ระดับความเครียดของเราเพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วย มีรายงานว่าในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา มีจำนวนผู้ผิดปกติทางอารมณ์มากขึ้น เกิดซึมเศร้า และความวิตกกังวัลที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ซึ่งหลายครั้งที่ความผิดปกตินี้เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหารของผู้ป่วย เมื่อพิจารณาดูแล้วก็จะพบความเชื่อมโยงระหว่างลำไส้และสมอง ในลำไส้ของเรามีเซลล์ประสาทประมาณ 100 ล้านเซลล์จนถูกเรียกว่า สมองที่ 2 ของมนุษย์ ที่สำคัญลำไส้สามารถสร้างฮอร์โมนแห่งความสุขได้มากกว่าสมองของเราอีกด้วย ด้วยการเชื่อมโยงนี้สำไส้และสมองจึงเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาสุขภาพที่ดีและป้องกันโรค ดังนั้นจำเป็นต้องได้รับการดูแลที่ดี ทานอาหารที่เสริมการทำงานของสำไส้ เช่น อาหารที่มี Pre-Pro Bitotics รวมไปถึงอาหารที่ช่วยบำรุงสมองด้วยเช่นกัน

3. หันมาบริโภคมัทฉะ (Matcha Makeover)
หมดเวลาของกาแฟ ได้เวลาของมัทฉะ (Matcha) การเปลี่ยนเครื่องดื่มตอนเช้าจากกาแฟเป็นมัทฉะ แม้จะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดูเล็กน้อยแต่ส่งผลดีต่อสุขภาพของเรา มัทฉะให้คาเฟอีนได้เหมือนกาแฟและยังช่วยส่งเสริมสุขภาพไปพร้อมๆ กัน ในมัทฉะมีกรดอะมิโน L-Theanine ที่ช่วยให้คลื่นอัลฟ่าสงบทำให้เรามีสมาธิ ช่วยลดความเครียด จัดการความวิตกกังวล และเพิ่มระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย ในขณะที่กาแฟสามารถทำลายสุขภาพได้เนื่องจากไปเพิ่มฮอร์โมนความเครียดให้สูงขึ้น

4. ล้างสารพิษ (Digital Detox)
เราหลายคนใช้เวลาดูหน้าจอมากกว่า 10 ชั่วโมงต่อวัน ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ หรือแล็ปท็อป มีเนื้อหามากมายในสัมคมออนไลน์ที่เรารับเข้ามา ไม่ว่าจะด้วยตั้งใจหรือบังเอิญก็ตาม จนในที่สุดเกิดความเสียหายกับสุขภาพของเราทั้งร่างกายและจิตใจ วิธีหลีกเลี่ยงคือการทำดีท็อกซ์ หยุดใช้ทุกสิ่ง พักจากสังคมออนไลน์ ปิดมือถือแล้วอยู่กับตัวเอง จะช่วยลดความเครียดของสุขภาพจิตลงได้และจะส่งผลไปถึงสุขภาพกายที่ได้รับการพักผ่อนอย่างเต็มที่

5. ออกกำลังการ (Exercise)
ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ โดยการทำสมาธิเป็นการออกกำลังกายที่ง่ายและมีประสิทธิภาพซึ่งสามารถทำให้จิตใจของเราแข็งแรงและควบคุมอารมณ์ได้


     ร่างกายที่สุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอกย่อมดีที่สุด เมื่อมีสุขภาพที่ดีเราก็ย่อมลดความตึงเครียดลงได้มาก ขอแนะนำเคล็ดลับสวยสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก

  1. รับประทานอาหารแต่เพียงพอดี และพอเหมาะกับความต้องการของแต่ละคน
  2. เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพและผิวพรรณของเราเช่น ผัก ผลไม้ ที่มีวิตามิน ช่วยบำรุงผิวพรรณให้สดใส การเลือกวัตถุดิบแบบออร์แกนิคมาปรุงอาหารเพื่อไม่ให้มีสารพิษตกค้างในร่างกาย รวมไปถึงการรับประทานอาหารที่มีกากใยทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี
  3. การเลือกรับประทานวิตามิน อาหารเสริม หรือพวกเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพในปริมาณที่พอดี เช่น วิตามินซี คอลลาเจน รวมไปถึงอาหารเสริมต่างๆ ที่มีสารอาหารจากธรรมชาติที่มีประโยชน์ต่อผิวพรรณ

 Metabolic Health การเผาผลาญที่ดีสร้างสุขภาพที่ดี 

Metabolism คือ กระบวนการทางเคมีทั้งหมดที่มีส่วนในการเปลี่ยนอาหารให้เป็นพลังงาน เพื่อช่วยให้ร่างกายทำงานได้ตามปกติหรือสามารถรักษาภาวะต่าง ๆ ภายในร่างกายให้คงที่ โดยมีขั้นตอนที่สำคัญ 3 ประการ

  1. ทำลายเซลล์เก่า (Destroy old cells)
  2. รักษาเซลล์ที่มีชีวิต (Maintain living cells)
  3. สร้างเซลล์ใหม่ (Produce new cells)

     การที่จะมี Metabolic Health ที่ดีจะต้องทานอาหารที่ดี เพื่อกระตุ้นเซลล์ทุกเซลล์ในร่างกาย โดยไม่ปล่อยให้น้ำตาลในเลือด ไขมันในเลือด การอักเสบ และอินซูลินเพิ่มสูงขึ้นส่งผลไม่ดีต่อสุขภาพ ดังนั้น การเลือกรับประทานอาหารจึงมีผลอย่างมากต่อสุขภาพระบบเผาผลาญของเรา Metabolic Health ถูกกำหนดโดยระดับที่เหมาะสมของตัวบ่งชี้ 5 อย่าง ได้แก่ น้ำตาลในเลือด ไตรกลีเซอไรด์ คอเลสเตอรอลชนิดดี (HDL) ความดันโลหิต และรอบเอว เมื่อทุกอย่างทำงานได้ดีเป็นปกติ ร่างกายจะปรับตัวและมีความยืดหยุ่นในการเผาผลาญ เช่น

  • ใช้อาหารประเภทต่างๆ เป็นเชื้อเพลิงได้
  • อยู่รอดเมื่อขาดเชื้อเพลิงจากการกินไม่เพียงพอ
  • จัดการเชื้อเพลิงส่วนเกินเมื่อเรากินมากเกินไป


น้ำตาลกลูโคส (Glucose) เป็นตัวการสำคัญที่ส่งผลต่อความรู้สึกของเราในทันที มีอิทธิพลต่อความหิวและอารมณ์ของเรา เมื่อกลูโคสในร่างกายไม่สมดุลผลที่ตามมาคือ น้ำหนักเพิ่มขึ้น ฮอร์โมนหยุดชะงัก ส่งผลให้สุขภาพจิตไม่ดี ร่างกายจะรู้สึกเหนื่อยล้าและโหยหาน้ำตาล สุขภาพผิวก็แย่ตามมายิ่งส่งผลให้หัวใจของเราทนทุกข์ทรมาน

วิธีซัพพอร์ต Metabolic Health

  1. หลีกเลี่ยงหรือลดน้ำตาลทุกชนิด
  2. หลักเลี่ยงอาหารแปรรูปและอาหารฟาสต์ฟู้ด
  3. เลือกน้ำมันที่เหมาะสมในการปรุงอาหาร เช่น น้ำมันอะโวคาโด น้ำมันมะพร้าว หรือน้ำมันมะกอก

Did You Know รู้หรือไม่?
     น้ำมันที่มาจากดอกทานตะวัน ดอกคำฝอย เมล็ดองุ่น เมล็ดฝ้าย ถั่วเหลือง วอลนัท รำข้าว คาโนลา และถั่วลิสง น้ำมันเหล่านี้มักมีโอเมก้า 6 สูง ทำให้เกิดการดื้อของอินซูลิน เกิดการอักเสบได้ง่าย และกระตุ้นความอยากอาหาร



สกินแคร์ก็มีส่วนที่ช่วยให้เรามีสุขภาพความงามที่ดี เพราะ การดูแลผิวคือการดูแลตัวเอง โดยคุณสมบัติของสกินแคร์ในแบบ Wellness Beauty มีดังนี้

  1. ช่วยลดปริมาณฮอร์โมนความเครียด (Cortisol) ทำให้ผิวผ่อนคลาย
  2. ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว ทำให้ผิวเปล่งปลั่งสดใส
  3. ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว และเสริมสร้างเกราะป้องกันผิวช่วยให้ผิวแข็งแรง
  4. ช่วยป้องกันการอักเสบของผิว ลดอาการคันและระคายเคือง
  5. ช่วยให้รู้สึกสบายผิว เหมาะกับผิวแพ้ง่าย

3 เหตุผลที่ Skin Care Routine ดีต่อสุขภาพจิต

1. กิจวัตรการดูแลผิวช่วยให้สุขภาพผิวและสุขภาพจิตมั่นคง การทำกิจวัตรเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอจะช่วยให้เรารู้สึกดี ช่วยปลอบประโลมจิตใจ มอบสิ่งยึดเหนี่ยวให้กับเรา และสร้างความมั่นคงในชีวิต การดูแลผิวเป็นเหมือนจุดเล็กๆ ที่เรารู้สึกว่าทำให้สำเร็จได้อย่างง่ายดาย นักวิจัยพบว่าคนที่มีกิจวัตรประจำวันลดน้อยลงมีแนวโน้มที่จะป่วยด้วยโรคซึมเศร้าและไบโพลาร์ มีปัญหาทางอารมณ์ เกิดความเหงา และไม่มีความสุข

2. จดจ่อกับการทำสิ่งที่ดีให้ตัวเองเพื่อหยุดความกังวลใจ ในผู้ป่วยที่มีความวิตกกังวลและซึมเศร้าอาการจะแย่ลงหรือกำเริบขึ้นในช่วง 30-60 นาที ก่อนเข้านอน ซึ่งเป็นช่วงเวลาว่างทำให้เกิดความคิดวิตก ควรหากิจกรรมทำก่อนนอน เช่น การล้างหน้า การนวดหน้า หรือลงสกินแคร์ต่างๆ กิจกรรมเหล่านี้จะทำให้เรารู้สึกรักตัวเองมากขึ้น จดจ่อกับสิ่งที่กำลังทำอยู่ ช่วยให้หลุดพ้นจากความวิตกกังวลใจได้

3. การปรนนิบัติผิวเป็นประจำจะกระตุ้นสารเคมีในสมองที่หลั่งออกมาซึ่งจะช่วยกระตุ้นอารมณ์ การสร้างกิจวัตรที่ดีรวมกับมีผลิตภัณฑ์ที่เราชอบใช้ อย่างเช่น การมาส์กหน้าจะช่วยให้เราผ่อนคลาย ฮอร์โมนแห่งความสุขก็จะถูกปล่อยออกมา ยิ่งร่างกายผ่อนคลายมากเท่าไร สมองก็ลดความเครียดลงได้มากเท่านั้น


     กลิ่นช่วยทำให้เรารู้สึกผ่อนคลาย เช่น กลิ่นน้ำหอม อโรม่า หรือน้ำหอมที่สกัดจากดอกไม้ ผสานเนื้อสัมผัสที่มอบความสุขให้กับผิว มีความนุ่มลื่น ให้ความรู้สึกเบาสบายผิว

     การดูแลสุขภาพความงามแบบองค์รวมนั้นไม่ยากอย่างที่คิด นอกจากจะช่วยให้สุขภาพผิวภายนอกดีแล้วยังรวมไปถึงการดูแลสุขภาพจิตภายในของเราด้วย มาเริ่มดูแลตัวเองไปด้วยกับ TNP ได้เลยค่ะ เรามีบริการสร้างแบรนด์แบบครบวงจร ปรึกษาได้เลยค่ะ


บทความที่เกี่ยวข้อง
R&D Talk นักวิจัยขอเล่าเรื่อง EP.25 การทดสอบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ตอน การประเมินประสิทธิภาพ (Efficacy Test)
การกล่าวอ้างสรรพคุณในเครื่องสำอางจะต้องมีหลักฐานที่สนับสนุนคำกล่าวอ้างนั้นได้ การทดสอบที่จะช่วยยืนยันสรรพคุณเครื่องสำอางที่โฆษณาได้
19 มิ.ย. 2024
ศาสตร์แห่งกลิ่นหอม Fragrance 101
TNP จะพาคุณไปรู้จักกับ Fragrance, Perfume และ Essential oil ว่าคืออะไรกันค่ะ
14 มิ.ย. 2024
หน้าใส ไร้สิว ด้วยการเลือกคลีนซิ่งให้เหมาะกับสภาพผิวของเรา
คลีนซิ่งบางชนิด อาจไม่ได้เหมาะกับผิวหน้าสาวๆทุกคน ควรเลือกใช้คลีนซิ่งแบบไหน? ถึงจะทำความสะอาดผิวได้หมดจดเเละตรงจุด มาดูกัน
30 พ.ค. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
เปรียบเทียบสินค้า
0/4
ลบทั้งหมด
เปรียบเทียบ