แชร์

10 อันดับเทรนด์การดูแลผิว ปี 2023 Top 10 Skin Care Trends of 2023

อัพเดทล่าสุด: 24 มิ.ย. 2024
3261 ผู้เข้าชม

     10 เทรนด์การดูแลผิวที่จะสร้างกระแสในปี 2023 หลายๆ เทรนด์ที่คาดการณ์ในปี 2022 กำลังสร้างกระแสในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็น Skin Cycling หรือ Skinimalism ที่เราพอคุ้นๆ และได้ยินกันมาบ้างแล้ว ซึ่งภาพรวมในปีนี้จะเน้นการดูแลผิวแบบเรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพ ลดขั้นตอนการดูแลผิวที่ฟุ่มเฟือย เพื่อผิวที่กระจ่างใสสุขภาพดีอย่างเป็นธรรมชาติ จากข้อมูลการรายงานของ Skin Inc เราได้รวบรวมมาให้ทุกคนอ่านกันที่นี่แล้วค่ะ

  1.Skin Cycling

เทรนด์ Skin Cycling คือ การฟื้นฟูผิวใน 4 คืน โดยหมุนเวียนใช้สกินแคร์ดูแลผิวยามค่ำคืนที่แตกต่างกัน หลังจากครบ 4 คืนก็ทำซ้ำวนไปเรื่อยๆ ซึ่งแต่ละคืนมีดังนี้ค่ะ

คืนที่ 1 Exfoliate เน้นไปที่การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยในการผลัดเซลล์ผิว โดยแนะนำให้ใช้สารผลัดเซลล์ผิวกลุ่ม Chemical Exfoliator เช่น AHA, BHA, PHA รวมไปถึงเอนไซม์จากผลไม้ เช่น Papain และ Bromelain ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารผลัดเซลล์ผิวจะช่วยให้รูขุมขนดูเล็กลงและขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออก เพื่อเตรียมใบหน้าของคุณให้พร้อมสำหรับคืนที่ 2

คืนที่ 2 Retinol เน้นใช้ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มของเรตินอลเพื่อฟื้นฟูผิวและดูแลเรื่องการลดเรือนริ้วรอย เพิ่มการสร้างคอลลาเจนและปรับผิวให้กระจ่างใส นอกจากนี้เพื่อลดโอกาสระคายเคืองสามารถเลือกใช้กลุ่มที่เป็นอนุพันธ์เรตินอยด์อื่นๆ ที่อ่อนโยนกว่าได้ เช่น Retinol Retinoate หรือ Retinyl Ester อื่นๆ รวมไปถึงเรตินอลจากธรรมชาติอย่างเช่น Bakuchiol

คืนที่ 3 และ 4 Recover ให้ผิวได้หยุดพักหายใจในช่วงเวลานี้ เน้นใช้มอยส์เจอร์ไรเซอร์เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวและฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว ซ่อมแซมผิวส่วนที่เสียหาย เพื่อผิวฉ่ำน้ำและกระจ่างใส ส่วนผสมที่เป็นไฮไลท์ เช่น Ceramide, Hyarulonic Acid, Peptide เป็นต้น

  2.Mamey Sapote

ตามรายงานของ Trendalytics มีการพูดถึงส่วนผสมที่สำคัญสำหรับปี 2023 อย่างเช่น Peptide, Algae, L-Glutamine, Kojic Acid, Retinol, Winter Cherry และ Ashwagandha (โสมอินเดีย) ที่ล้วนมีแนวโน้มเติบโตในปี 2023 แต่ยังมีส่วนผสมที่น่าตื่นเต้นอย่างหนึ่งที่คาดการณ์มาจะมาในปีนี้นั่นก็คือ Mamey Sapote หรือ ละมุดยักษ์ ซาโปเต้ เป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ และได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ทั่วโลก รวมไปถึงนำมาใช้ในการดูแลผิวด้วย ละมุดยักษ์ซาโปเต้มีวิตามินและแร่ธาตุสูง เช่น Vitamins A, B, C and E ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระและมอยส์เจอร์ไรเซอร์ในการดูแลผิว และยังมีประโยชน์อีกมากมายในการดูแลเส้นผมอีกด้วย

  3.Skinimalism

Skinimalism = Skip Care คือ เทรนด์ผิวที่โชว์ความเป็นธรรมชาติของผิวตัวเอง เน้นการบำรุงและดูแลผิวให้สุขภาพดี ไม่ใช้ผลิตภัณฑ์หลายขั้นตอนแบบเก่าๆ ลดการใช้สกินแคร์ที่ซับซ้อน เหลือเพียงขั้นตอนที่สำคัญๆ เท่านั้น ได้แก่

 ขั้นตอนที่ 1    ทำความสะอาดผิว
 ขั้นตอนที่ 2   ดูแลและบำรุงผิว
 ขั้นตอนที่ 3   ปกป้องผิว

Skinimalism รักตัวเองในแบบที่เป็น ให้สุขภาพผิวและสุขภาพจิตสมบูรณ์แบบในแบบของคุณ

เปรียบเสมือน Skip Care หรือก็คือการย่อ 10 Step Skincare Routine ให้เหลือเพียงแค่ไม่กี่ขั้นตอนที่จำเป็นกับผิวและโฟกัสไปที่ส่วนผสมที่ประโยชน์ต่อผิว ในขณะเดียวกันก็ลดจำนวนผลิตภัณฑ์บำรุงผิวลงเพื่อทำให้รูทีนการดูแลผิวนั้นเรียบง่ายขึ้น

คอนเซ็ปต์ Less is more จะเป็นเทรนด์ที่เติบโตอย่างมั่นคงขึ้นเรื่อยๆ ด้วยหัวใจหลักของเทรนด์ที่เคารพและเข้าใจผิวของตัวเองว่าไม่จำเป็นต้องเพอร์เฟคเสมอไป หมดยุคของการแต่งหน้าแบบฉาบปูนปล่อยให้ผิวได้เปล่งประกาย ดูแลผิวแบบเรียบง่ายและยั่งยืน โดยเลือกสกินแคร์ให้เหมาะสมกับสภาพผิว ลดสเต็ปขั้นตอนในการดูแลผิวเท่าที่จำเป็น ในสูตรผลิตภัณฑ์มีแค่ส่วนผสมที่จำเป็นไม่เกิน 10 ตัว เพื่อลดการแพ้และระคายเคือง สร้างความปลอดภัยให้กับผิวมากที่สุด

  4.Out of the Box Acids

หมดยุคที่จะใช้กรดดูแลผิวตัวเดิมๆ เพื่อคืนความอ่อนเยาว์ให้กับผิว ยังมีกรดทางเลือกอีกมากมายที่มาใหม่ซึ่งให้ผลลัพธ์เทียบเท่ากันและมีประโยชน์กับผิวมากขึ้น ซึ่งกรดที่กำลังมาแรงคือ Polyglutamic, Fermented Jasmonic, Lactobionic และ Tranexamic Acid กล่าวกันว่ากรดโพลีกลูตามิกจากถั่วนัตโตะทำงานได้ดีกว่ากรดไฮยาลูรอนิกในเรื่องการให้ความชุ่มชื้นผิว มีรายงานว่าอุ้มน้ำได้มากกว่าไฮยาถึง 4 เท่าและยึดเกาะกับผิวได้ดีกว่า นอกจากนี้กรด PHA และแลคโตไบโอนิกนั้นยังช่วยผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยนและยังทำหน้าที่เป็นสารให้ความชุ่มชื้นและสารต้านอนุมูลอิสระสำหรับผิวที่บอบบางและแห้งอีกด้วย

  5.PRP Boosted

PRP (Platelet Rich Plasma) คือ ส่วนประกอบของเลือดที่ได้มาจากเลือดของคนที่มีความเข้มข้นของเกล็ดเลือดเป็น 3-8 เท่า ของระดับเกล็ดเลือดปกติ มีระดับเกล็ดเลือดเข้มข้นที่เหมาะสมในการใช้รักษา โดยจะมี Growth Factor ช่วยกระตุ้นการหายของแผล และซ่อมแซมเซลล์ ทำให้เซลล์เจริญเติบโต การทำ PRP จะต้องทำโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์เท่านั้น ปัจจุบันการทำ PRP เป็นนวัตกรรมที่นิยมอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นการช่วยให้อาการบาดเจ็บหายเร็วขึ้น ช่วยให้กระดูกติดเร็วขึ้น รวมไปถึงถูกนำมาใช้ในด้านความงาม เพื่อให้ผิวหน้ากระจ่างใส กระชับรูขุมขน กระตุ้นการสร้างเนื้อเยื่อและคอลลาเจน รวมไปถึงการฉีดบริเวณศีรษะเพื่อบรรเทาอาการผมร่วง ผมบาง เป็นต้น ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาและฟื้นฟูเซลล์จากภายในโดยใช้เกล็ดเลือดของตัวเอง เป็นการรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัยสูง

  6.Fermented Ingredients

ในซีกโลกตะวันตกมีการยอมรับอาหารหมักดองอย่างเต็มที่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เนื่องจากผู้คนเริ่มตระหนักถึงความสำคัญของ Pro-biotic ในลำไส้ และสารสกัดที่มาจากการหมักดองซึ่งเต็มไปด้วย Pro-biotic ที่มีประโยชน์ต่อผิวได้ถูกคิดค้นขึ้นมาเพื่อดูแลผิว ช่วยเสริมเกราะป้องกันผิว ดูแลผิวที่บอบบาง และลดการระคายเคืองผิว

  7.Future Realities

เมื่อเร็ว ๆ นี้เราได้ยินคำศัพท์เกี่ยวกับอนาคตมากมาย เช่น Omniverse และ Metaverse ซึ่งส่งผลกระทบต่อวงการความงามอยู่บ้าง เนื่องจากช่วง 3 ปีที่ผ่านมาได้มีการระบาดของ Covid-19 เกิดขึ้นทั้งโลก ซึ่งเป็นเรื่องยากที่จะออกจากบ้านเพื่อไปยังคลินิกความงาม ด้วยสาเหตุนี้จึงได้มีการให้คำปรึกษากับลูกค้าขึ้นในโลกเสมือนจริง หรือที่เรียกว่า Meta-Clinics นอกจากนี้ยังมีการทดลองใช้งานเสมือนจริงด้วย ซึ่งช่วยให้ผู้บริโภคด้านความงามเข้าถึงประสบการณ์และคำแนะนำได้ดีกว่าที่เคยมีมา มีการเข้าถึงที่กว้างขึ้น มีกระแสรายได้ใหม่ และการแบ่งปันความเชี่ยวชาญ

  8.Y2K

เทรนด์ความงามจาก Y2K กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง เทรนด์นี้ครอบคลุมหมวดหมู่ความงามทั้งหมด ได้แก่ เมกอัพ การกำจัดขน และการดูแลผิว ตัวอย่างเช่น Frosty & Glittery Eyes กลับมาอีกครั้ง เช่นเดียวกับริมฝีปากที่มีความแวววาว และการเขียนคิ้วให้บางลง

  9.Millennial Men

ผู้ชายยุคมิลเลนเนียล อยู่ในช่วงอายุ 25-40 ปี เป็นกลุ่มที่มีอำนาจในการใช้จ่ายสูงที่สุดในกลุ่มประชากรอื่นๆ และให้ความสำคัญกับบริการด้านสุขภาพ มองหาความงามและการดูแลตัวเอง เช่น การตัดผม การดูแลผิวหน้าขั้นสูง และการปรนนิบัติผิวกายอย่างครบวงจร โดยมีรายงานว่าธุรกิจสปามีผู้เข้าใช้งานที่เป็นผู้ชายมากถึง 40% นอกจากนี้ตลาดของกลุ่มนี้ยังเติบโตขึ้นเรื่อยๆ จากข้อมูลของ Mindbody เกือบ 70% ของ ผู้ชายยุคมิลเลนเนียลให้ความสำคัญกับสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี โดย

67% ของผู้ชายยุคมิลเลนเนียลเชื่อว่าความงามและการดูแลตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของสุขภาพที่ดี 
52% บอกว่าการดูแลผิวกลายเป็นสิ่งสำคัญจากในปีที่ผ่านมา 
54% รู้สึกว่าการทำทรีตเมนต์ เช่น บริการดูแลผิวหน้าและผมเป็นสิ่งจำเป็น

  10.Ways for Water Reduction

อุตสาหกรรมความงามมีความคิดในการบำบัดน้ำมานาน และเมื่อไม่นานมานี้ได้ริเริ่มการลดการใช้น้ำ หรือก็คือใช้น้ำให้น้อยลงนั่นเอง ซึ่งคอนเซ็ปต์ Waterless ก็เป็นอีกทางหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่าเรามีความใส่ใจโลกมากขึ้น เนื่องจากน้ำในบางพื้นที่ถือว่าเป็นทรัพยากรที่มีจำกัดนั่นเอง สกินแคร์ที่มีแนวความคิดแบบนี้ก็จะตอบโจทย์ผู้ใช้ได้เป็นอย่างดี 


      10 เทรนด์ที่กำลังมาแรงจัดไปแบบจุกๆ เป็นไอเดียในการพัฒนาสกินแคร์ให้ทันต่อความต้องการของผู้บริโภค และยังคำนึงถึงการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมไปด้วย


TNP เรามีนักวิจัยและพัฒนาที่จะมาช่วยตอบโจทย์การสร้างแบรนด์สกินแคร์ของคุณ ปรึกษาได้เลยค่ะ!


บทความที่เกี่ยวข้อง
Skin Flooding เทรนด์เกาหลีผิวฉ่ำน้ำ ผิวดีไม่ต้องมีฟิลเตอร์
เทรนด์ Skin Flooding เทรนด์เกาหลีที่มาแรงในโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok มีจำนวนการเข้าชมมากกว่า 20 ล้านครั้ง
13 มิ.ย. 2024
PDRN Rejuvenate บูสเตอร์ DNA ปลาแซลมอน สวยฉ่ำส่งตรงจากเกาหลี
กระแสของ PDRN มาแรงอย่างมากในปี 2023 นี้ บูสเตอร์สุดว้าวตัวใหม่ล่าสุดจากเกาหลี ซึ่งเป็นสารสำคัญที่อยู่ในผลิตภัณฑ์ Rejuran สกัดมาจากสเปิร์ม DNA ของปลาแซลมอน
18 มิ.ย. 2024
ค่า SPF ยิ่งสูงยิ่งดีจริงหรือไม่ ?
ครีมกันแดดที่มีค่า SPF มากกว่า 50 แต่เป็นเพราะว่ากฏหมายไม่ได้อนุญาตให้ใช้ค่าตามที่วัดได้จริงหากวัดค่าออกมาแล้วพบว่ามีค่า SPF มากกว่า 50
4 มิ.ย. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้