แชร์

R&D Talk นักวิจัยขอเล่าเรื่อง EP.8 พื้นฐานกายวิภาคศาสตร์และสรีรวิทยาของผิวหนัง ตอน สิว (Acne)

อัพเดทล่าสุด: 24 มิ.ย. 2024
1036 ผู้เข้าชม

     สิวเกิดจากการอักเสบของรูขุมขนและต่อมไขมัน (Pilosebaceous Unit) และถูกจัดเป็นโรคทางผิวหนังที่พบมากที่สุด มักจะเริ่มเกิดสิวได้ตั้งแต่อายุ 12 ปี หรือในบางคนก็อาจเกิดเร็วกว่านั้น ประมาณ 80-90% ของวัยรุ่นมักเกิดปัญหาสิว บริเวณที่พบว่าเกิดสิวได้ง่ายคือ ที่หน้า หน้าอก แผ่นหลัง ซึ่งเป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและอาจยังคงมีอยู่จนกระทั่งถึงวัยผู้ใหญ่ หลังจากเริ่มเป็นสิวความรุนแรงของสิวจะมากขึ้น 3-5 ปี และจะลดลงไปเรื่อยๆ เมื่อเข้าสู่วัยผู้ใหญ่

     85% ของผู้เป็นสิวจะเป็นชนิดไม่รุนแรง มีเพียง 15% ที่เป็นสิวอักเสบรุนแรง คนที่เป็นสิวมักมีปัญหาผิวมัน และเกิดการอุดตันกลายเป็นสิวอุดตันชนิดหัวเปิด (Open Comedone) และชนิดหัวปิด (Close Comedone) สำหรับสิวที่รุนแรงปานกลางและรุนแรงมากนั้นจะมีอาการบวมแดง อักเสบ และพัฒนาเป็นหัวหนองต่อไป นำไปสู่การเกิดรอยดำ รอยแดงหลังการอักเสบ และรอยแผลเป็นในระยะยาวได้อีกด้วย ทำให้บางคนเกิดความกังวล และสูญเสียความมั่นใจในตนเองจากการเป็นสิว

สิวแบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่

1. สิวไม่อักเสบ

ได้แก่ สิวชนิดหัวเปิดและหัวปิด ไม่มีการอักเสบ บวมแดง เนื่องจากผนังรูขุมขนไม่เสียหาย

สิวหัวดำ (Blackhead) หรือสิวหัวเปิด เกิดจากรูขุมขนเปิดออกและเมื่อสิวโดนออกซิเจนก็เปลี่ยนเป็นสีดำ ไม่พัฒนาไปเป็นสิวอักเสบ
สิวหัวขาว (Whitehead) หรือสิวหัวปิด เนื่องจากรูขุมขนปิดจึงทำให้สังเกตได้ยาก มีโอกาสพัฒนาไปเป็นสิวอักเสบ

2. สิวอักเสบ

มีลักษณะเป็นตุ่มนูน (Papules) ตุ่มหนอง (Pustules) และตุ่มก้อน (Nodules) สิวอักเสบเหล่านี้มีรอยบวมแดง อักเสบ เนื่องจากเชื้อ C. acnes ผลิตเอนไซม์ที่สามารถทำให้ผนังรูขุมขนอ่อนแอลงและเกิดความเสียหาย เซลล์เม็ดเลือดขาวและแดงจึงเคลี่ยนที่ไปยังจุดนั้นเพื่อยับยั้งความเสียหายรอย เราจึงมองเห็นรอยแดงของสิว สิวอักเสบมีดังนี้

สิวตุ่มนูน (Papules) มีขนาดเล็ก มีตุ่มนูนแดงใต้ผิวหนัง เป็นสิวอักเสบเริ่มต้น
สิวตุ่มหนอง (Pustules) มีตุ่มนูนสีแดง และมีหนองสีขาวที่ส่วนปลาย หนองสีขาวเกิดจากเซลล์เม็ดเลือดขาวที่ตายจากการต่อสู้ 
สิวตุ่มก้อน (Nodule) มีลักษณะเป็นตุ่มก้อนชัดเจน ตุ่มก้อนมีสีแดงหรือม่วง เกิดจากสิวที่ฝังรากลึกและติดเชื้อในรูขุมขนจำนวนมาก สัมผัสแล้วเจ็บ
สิวซีสต์ (Cyst) มีลักษณะเป็นรอยสิวขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยหนอง ซึ่งเป็นผลมาจากการอักเสบที่รุนแรงจนพัฒนามาเป็นสิวเรื้อรัง ก่อให้เกิดแผลเป็นได้

ระดับความรุนแรงของสิวแบ่งเป็น 3 ระดับ

ซึ่งดูจากชนิดของสิว ได้แก่ ตุ่มนูน (Papules), ตุ่มหนอง (Pustules), และตุ่มก้อน (Nodules)

1. สิวรุนแรงน้อย แสดงให้เห็นสิวชนิดหัวเปิดและหัวปิด
2. สิวรุนแรงปานกลาง แสดงให้เห็นสิวอักเสบ
3. สิวรุนแรงมาก แสดงให้เห็นสิวอักเสบคล้ายฝี

สาเหตุสำคัญ 4 ประการที่นำไปสู่การก่อตัวของสิว

1. การผลิตน้ำมันในผิวมากเกินไป (Seborrhea) ในทางสรีรวิทยาต่อมไขมันจะผลิตน้ำมันเพื่อการหล่อลื่นผิวหนัง มีหลายปัจจัยที่สามารถกระตุ้นการผลิตน้ำมันของต่อมไขมันได้ เช่น
ฮอร์โมน (Hormone) ฮอร์โมนกระตุ้นให้ต่อมไขมันโตขึ้น ประกอบกับการอุดตันของต่อมไขมัน และเชื้อแบคทีเรีย C. acnes บนผิวหนัง ทำให้เกิดสิว
สิ่งแวดล้อม (Environment) การสัมผัสหรืออยู่ท่ามกลางสิ่งแวดล้อมที่มีมลพิษ เช่น ฝุ่นละออง ความร้อน แสงแดด ล้วนเป็นปัจจัยกระตุ้นการเกิดสิว
ยาบางชนิด (Drug) เช่น ยาที่มีผลต่อฮอร์โมน
พันธุกรรม (Genetic) คนที่มีพ่อแม่เป็นสิวมาก เมื่อเข้าสู่ช่วงวัยรุ่นมักมีแนวโน้มที่จะเป็นสิวมากเช่นกัน

2. ผิวหนังหนาขึ้นผิดปกติ (Hyperkeratosis) การที่ผิวหนังบริเวณปากรูขุมขนเกิดการหนาตัวขึ้นผิดปกติทำให้เกิดการอุดตันท่อต่อมไขมัน เมื่อต่อมไขมันสร้างน้ำมันออกมาในปริมาณมาก ทำให้เกิดการอุดตันขึ้นในรูขุมขนซึ่งกลายเป็นสิวอุดตัน

3. เชื้อสิวเจริญเติบโตขึ้น (Microbial Colonization) เมื่อรูขุมขนมีการอุดตันจะเกิดภาวะขาดออกซิเจนทำให้เชื้อ C. acnes เจริญเติบโตได้ดี เชื้อสิวจะทำการย่อยซีบัม (Sebum) มาเป็นอาหาร ซึ่งทำให้เกิดการอุดตันในรูขุมขนจนกลายเป็นสิวอุดตัน นอกจากนี้เชื้อสิวยังทำลายเซลล์ผิวจนเกิดการอักเสบขึ้น

4. เกิดอาการอักเสบ (Inflammation) กระบวนการอักเสบของร่างกายทำให้เกิดสิวบวมแดงและอักเสบเป็นหนองในกรณีรุนแรง การอักเสบจะขยายลึกลงไปในบริเวณเนื้อเยื่อที่อยู่รอบข้าง

ปัจจัยที่สามารถกระตุ้นให้อาการของสิวแย่ลง
1. ทานอาหารที่มีคาร์โบไฮเดรตสูง (น้ำตาลและแป้ง) 
2. การบริโภคนมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัวมากเกินไป (ยกเว้นเนยแข็ง) 
3. การสูบบุหรี่ 
4. ใช้เครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของสเตียรอยด์ หรือผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ก่อให้เกิดการอุดตันรูขุมขน (Comedogenic)
5. เกิดความเครียดทั้งทางร่างกายและจิตใจ การพักผ่อนไม่เพียงพอ การเจ็บปวย ความวิตกกังวลต่างๆ
6. รักษาสุขลักษณะไม่เพียงพอ เช่น การขาดการดูแลความสะอาดของร่างกายและอุปกรณ์ของใช้ต่างๆ
7. การล้างหน้าบ่อยๆ อาจเกิดการระตายเคือง ทำให้เป็นสิวได้

ผลิตภัณฑ์ที่ใช้ร่วมกับยารักษาสิว

1. ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาด การล้างหน้าวันละ 2 ครั้ง ด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนสามารถลดจำนวนสิวอักเสบและไม่อักเสบลงได้ ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าเหล่านี้ควรมีคุณสมบัติ Non-Comedogenic, Nonacnegenic ปราศจากแอลกอฮอล์ สารระคายเคืองหรือการแพ้ นอกจากนั้นยังต้องเหมาะสมกับสภาพผิวและมีค่า pH ใกล้เคียงกับผิว ในบางผลิตภัณฑ์อาจมีการเพิ่มสารที่ช่วยดูแลผิวเป็นสิวเช่น Salicylic Acid เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ

2. ผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้น เนื่องจากผลข้างเคียงของการรักษาสิวคือ การระคายเคืองและแห้ง การใช้ผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นร่วมกับการรักษาสิวจะช่วยลดและป้องกันการระคายเคือง และยังไม่มีผลกระทบต่อประสิทธิภาพการรักษาสิว
ผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นนี้ควรมีคุณสมบัติ Water-Based ไม่เหนอะ ไม่มีสารทำให้เกิดสิวและการแพ้ สามารถใช้ได้ตั้งแต่เริ่มการรักษา

3. ผลิตภัณฑ์ป้องกันแดด ผลิตภัณฑ์ปกป้องแสงยูวีมีส่วนสำคัญในการป้องกันรอยดำจากสิวและการไวต่อแสงแดดในกรณีการใช้ยาฏิชีวนะ หรือ Retinoids โดยแนะนำ SPF ตั้งแต่ 30-50 ชนิด Water-Based หรือชนิดที่บางเบา ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันผิว

วิธีลดโอกาสในการเกิดสิว

1. รักษาความสะอาดผิวหน้า, ผิวกาย และเส้นผม
2. ไม่ใช้สบู่ที่มีค่าความเป็นกรดด่างสูง เพราะจะทำลายเซลล์ผิวที่เป็นสิวได้ง่าย
3. หลีกเลี่ยงสครับที่ทำร้ายผิวและทำให้สิวมีอาการรุนแรงขึ้น
4. อย่าเช็ดถูแรงๆ และไม่บีบหรือแกะสิว
5. พักผ่อนให้เพียงพอ นอนหลับให้สนิท ลดความเครียด
6. รับประทานอาหารที่ถูกสุขลักษณะให้ครบทั้ง 5 หมู่ และดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ
7. หลีกเสี่ยงการใช้เครื่องสำอางที่ก่อให้เกิดการอุดตัน
8. หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีสีและน้ำหอม เนื่องจากอาจทำให้สิวมีอาการรุนแรงขึ้นและระคายเคืองต่อผิวหนัง
9 .หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ เนื่องจากอาจทำให้ผิวแห้งและยังกระตุ้นการผลิตน้ำมันในผิว

     สิวมีผลทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ส่งผลกระทบต่อความมั่นใจของเรา การดูแลผิวที่เป็นสิวให้ถูกต้องจึงเป็นเรื่องสำคัญ คนที่ใช้ยารักษาสิวตามคำแนะนำของแพทย์มักจะต้องการการปลอบประโลมผิวไปพร้อมๆ กัน สกินแคร์ที่ดีไม่ว่าจะเป็นคลีนเซอร์ มอยส์เจอร์ไรเซอร์ และกันแดด ย่อมให้ประสิทธิภาพที่ดีในการดูแลและปกป้องผิวที่กำลังอ่อนแอ

 

ที่ TNP มีผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยคุณดูแลผิวเป็นสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างแบรนด์สกินแคร์แบบครบวงจร ปรึกษาฟรี!

 

ข้อมูลจาก:
สมาคมแพทย์ผิวหนังแห่งประเทศไทย
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์


บทความที่เกี่ยวข้อง
R&D Talk นักวิจัยขอเล่าเรื่อง EP.15 ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม (Hair Care Products)
ใน EP.15 นี้ TNP จะเล่าเกี่ยวกับโครงสร้างของเส้นผม ประเภทเส้นผม และผลิตภัณฑ์ที่ใช้ดูแล
13 มิ.ย. 2024
Skin Flooding เทรนด์เกาหลีผิวฉ่ำน้ำ ผิวดีไม่ต้องมีฟิลเตอร์
เทรนด์ Skin Flooding เทรนด์เกาหลีที่มาแรงในโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok มีจำนวนการเข้าชมมากกว่า 20 ล้านครั้ง
13 มิ.ย. 2024
Did you know ครีมกันแดดมีกี่ประเภท ?
การทาครีมกันแดดจึงช่วยป้องกันภัยร้ายจากแสงแดดได้ในระดับหนึ่ง แสงแดดสามารถทำร้ายผิวของเราได้มากกว่าที่คิด มารู้จักชนิดของครีมกันแดดกันค่ะ
31 พ.ค. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้