แชร์

R&D Talk นักวิจัยขอเล่าเรื่อง EP.24 การทดสอบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ตอน การทดสอบทางประสาทสัมผัส (Sensory Evaluation)

อัพเดทล่าสุด: 6 ส.ค. 2024
26328 ผู้เข้าชม

     การทดสอบทางประสาทสัมผัสเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง ใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสูตรใหม่ก่อนที่จะวางขายจริงในตลาด โดยการทดสอบขึ้นอยู่กับประเภทผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง มีผู้เชี่ยวชาญในการทดสอบและวิเคราะห์ผล การทดสอบนี้สามารถช่วยกำหนดสูตรที่จะวางขายได้อย่างมีประสิทธิภาพ และผลการทดสอบยังสามารถใช้ทำการตลาดได้ เป็นการสร้างจุดขายให้กับสินค้าใหม่และสร้างความเชื่อมั่นให้ผู้บริโภคได้

     การทดสอบคุณภาพทางประสาทสัมผัสจะใช้การมองเห็น การได้กลิ่น การลิ้มรส การได้ยิน และการสัมผัส โดยใช้ประสาทสัมผัส ตา จมูก ปาก หู และผิวหนัง ตามลำดับ เป็นเครื่องวัดคุณภาพของผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ในการทดสอบจะมีผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ออกแบบลักษณะการทดสอบและกำหนดเกณฑ์การยอมรับตามประเภทผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยเกณฑ์ที่นิยมใช้คือ Hedonic Scale, Just About Right (JAR) Scale, และ Rating Scale

Hedonic Scale เป็นสเกลที่ใช้กับการทดสอบการยอมรับในผลิตภัณฑ์ บอกระดับความชอบของผู้เข้ารับการทดสอบ ส่วนมากจะกำหนดไว้ 9 ระดับ ตั้งแต่ไม่ชอบมากที่สุดจนถึงชอบมากที่สุด

Just About Right (JAR) Scale เป็นสเกลวัดความพอดี ใช้วัดความต้องการของผู้บริโภคที่มีต่อความเข้มของคุณลักษณะทางประสาทสัมผัสที่สนใจของผลิตภัณฑ์ ส่วนมากจะใช้เกี่ยวกับรสชาติ โดยให้ผู้ทดสอบระบุแนวโน้มของแต่ละคุณลักษณะว่าอ่อนเกินไปหรือเข้มเกินไป โดยสเกลวัดมีตั้งแต่ 3 ถึง 9 ระดับ

Rating Scale หรือมาตราส่วนประมาณค่า ใช้บ่อยที่สุดในการทดสอบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง เป็นสเกลวัดแบบให้คะแนนหรือการประเมินค่า ใช้ตีความหมายของช้อมูลในเชิงคุณภาพออกมาเป็นเชิงปริมาณ สเกลวัดแบ่งได้หลายระดับ ตั้งแต่น้อยที่สุดจนถึงมากที่สุด

     การทดสอบเหล่านี้ เริ่มมาจากอุตสาหกรรมอาหารแล้วนำมาปรับใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางเมื่อปี 1970 โดยเริ่มแรกนั้นจะระบุความรู้สึกทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับแต่ละผลิตภัณฑ์ ดูความเหมือนและความแตกต่างระหว่างผลิตภัณฑ์ ซึ่งมีการกำหนดคุณลักษณะต่าง ๆ เช่น

  • ความหนา (thickness)
  • ความไหล (fluidity)
  • ความหนาแน่น (density)
  • ความสดชื่น (freshness)
  • ความเงา (shininess)
  • ความเรียบเนียน (smoothness)
  • ความเหนอะหนะ (stickiness)
  • ความนุ่ม (softness)
  • ความลื่น (slipperiness) 

     ซึ่งแต่ละผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางก็จะมีคุณลักษณะแตกต่างกัน เมื่อทดสอบและประเมินผลเสร็จแล้วเพื่อให้มองเห็นภาพรวมโดยง่ายก็อาจมีการสรุปผลในรูปแบบแผนภูมิแท่งหรือเรดาร์

ตัวอย่างการทดสอบความพึงพอใจของอาสาสมัครที่มีต่อผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง

     การทดสอบผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสูตรใหม่ มักจะทดลองแบบ blind test คือ จะไม่บอกว่าในผลิตภัณฑ์มีส่วนผสมอะไร หรือให้ผลด้านใด เพื่อป้องกันการลำเอียงหรือการทดสอบที่ไม่ยุติธรรม เวลาที่ใช้ทดสอบจะขึ้นอยู่กับระเบียบวิจัยที่กำหนดไว้และประเภทของผลิตภัณฑ์

การทดสอบทางประสาทสัมผัสของโลชั่นทาผิวกาย

โลชั่นทาผิวกายจะทาที่ผิวหนังของแขนส่วนปลาย ทดสอบ 2 ครั้งต่อวัน เช้า-เย็น เป็นเวลา 7 วัน และต้องงดใช้ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ บริเวณที่ทำการทดสอบตลอดช่วงระยะเวลาที่ได้รับการทดสอบ เมื่อครบกำหนด จึงทำการสรุปผลความพึงพอใจของอาสาสมัคร มีเกณฑ์การประเมินดังนี้ เนื้อสัมผัส ความเหนียวเหนอะหนะ ผิวสัมผัสหลังทา ความชุ่มชื้น ความเรียบเนียน ความกระจ่างใส ริ้วรอย สภาพผิวโดยรวม โดยใช้ rating scale 5 ระดับ 

1 = ไม่พอใจมาก 2 = ไม่พอใจ  3 = เฉย ๆ  4 = มีความพึงพอใจ  5 = มีความพึงพอใจมาก

การทดสอบทางประสาทสัมผัสของเซรั่มทาผิวหน้า
เซรั่มทาผิวหน้าจะทาที่ผิวหน้าทั้ง 2 ด้าน หรือเลือกทาเพียงด้านเดียวหากมีผลิตภัณฑ์เปรียบเทียบ ทดสอบ 2 ครั้งต่อวัน เช้า-เย็น เป็นเวลา 14 วัน และงดใช้ผลิตภัณฑ์อื่น ๆ บริเวณที่ทำการทดสอบตลอดช่วงระยะเวลาที่ได้รับการทดสอบ เมื่อครบกำหนด จึงทำการสรุปผลความพึงพอใจของอาสาสมัคร มีเกณฑ์การประเมินดังนี้ สี กลิ่น ลักษณะเนื้อ การซึมง่าย การเกลี่ยง่าย ไม่เหนอะหนะผิวหลังใช้ผลิตภัณฑ์ ไม่เหลือความมันที่ผิวหลังใช้ผลิตภัณฑ์ ประสิทธิภาพการเพิ่มความชุ่มชื้น ประสิทธิภาพความกระจ่างใส ความพึงพอใจโดยรวมของผลิตภัณฑ์ โดยใช้ค่า rating scale แบบ 9 ระดับ 

1 = ไม่พอใจมากที่สุด 2 = ไม่พอใจมาก 3 = ไม่พอใจปานกลาง 4 = ไม่พอใจเล็กน้อย 5 = เฉย ๆ 6 = พอใจเล็กน้อย 7 = พอใจปานกลาง 8 = พอใจมาก 9 = พอใจมากที่สุด

การทดสอบทางประสาทสัมผัสของครีมนวดผม
เริ่มการทดสอบด้วยการสระผมด้วยแชมพูให้สะอาด ชโลมครีมนวดผมตั้งแต่กลางผมถึงปลายผมให้ทั่ว หากมีผลิตภัณฑ์เปรียบเทียบให้แบ่งผมทดสอบซ้าย - ขวา ทิ้งไว้ 3 นาที แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำการสรุปผลความพึงพอใจของอาสาสมัคร มีเกณฑ์การประเมินดังนี้

การประเมินผมเปียก (wet hair evaluation) : การใช้งาน หวีผมเปียกหลังใช้ 3 นาทีได้ง่าย การล้างออกง่าย สัมผัสหลังล้างออก การพันกันของเส้นผม

การประเมินผมแห้ง (after drying evaluation) : การหวี สัมผัสของเส้นผมแห้ง ความเงางาม ความนุ่ม

โดยใช้ค่า rating scale แบบ 5 ระดับ 

1 = ไม่พอใจมาก 2 = ไม่พอใจ 3 = เฉย ๆ 4 = พอใจ 5 = พอใจมาก

     การที่จะออกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสูตรใหม่นั้นไม่ง่ายเลย ต้องมีการทดสอบมากมาย และหนึ่งในการทดสอบที่สำคัญคือ การทดสอบทางประสาทสัมผัส เป็นเสมือนการทดลองใช้ก่อนวางขายจริง ผลลัพธ์จากผู้เข้ารับการทดสอบจะมีส่วนช่วยในการตัดสินใจว่าผลิตภัณฑ์สูตรนี้ควรที่จะต้องปรับปรุงหรือพร้อมแล้วที่จะวางขายในตลาด นอกจากนี้ ผลการทดสอบความพึงพอใจจากผู้ใช้ยังสามารถเคลมลงในฉลากสินค้า ช่วยเพิ่มความดูดีและน่าเชื่อถือให้แก่ผู้บริโภคได้ด้วย สนใจสร้างแบรนด์เครื่องสำอางทางทีเอ็นพีมีบริการส่งผลิตภัณฑ์สูตรพิเศษของคุณลูกค้าไปยังศูนย์ทดสอบที่เราไว้วางใจ สร้างแบรนด์เครื่องสำอางในงบหลักหมื่น ครบ จบ พร้อมขาย!

 

ศูนย์ทดสอบเครื่องสำอางที่น่าไว้วางใจ

https://www.tnpoem.com/content/6251/dermatologically-test


บทความที่เกี่ยวข้อง
R&D Talk นักวิจัยขอเล่าเรื่อง EP.26 กระบวนการผลิตเครื่องสำอาง (Production Process)
กว่าจะมาเป็นเครื่องสำอางที่อยู่ในมือผู้บริโภค สินค้าจะต้องผ่านกระบวนการที่เข้มงวดตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ ใน EP. 26 นี้ TNP ได้สรุปกระบวนการผลิตเครื่องสำอางแบบเข้าใจง่าย
20 มิ.ย. 2024
แบรนด์คุณจะไปได้ไกล ด้วยแฟลตฟอร์มน้องใหม่ TIKTOK
แอปพลิเคชั่นที่ได้รับความนิยมมากที่สุด หนีไม่พ้น แอป Tiktok ซึ่งมียอดดาวน์โหลดไปแล้วมากกว่า 3000 ล้านครั้ง และมีผู้ใช้งานกว่า 1000 ล้านคนทั่วโลก!!
30 พ.ค. 2024
10 อันดับเทรนด์การดูแลผิว ปี 2023 Top 10 Skin Care Trends of 2023
เทรนด์ที่คาดการณ์ในปี 2022 กำลังสร้างกระแสในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็น Skin Cycling หรือ Skinimalism ที่เราพอคุ้นๆ และได้ยินกันมาบ้างแล้ว
11 มิ.ย. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้