Neurocosmetics สวยแบบมีสมอง

Last updated: 11 ก.ย. 2566  |  1146 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Neurocosmetics สวยแบบมีสมอง

     ทุกวันนี้ผู้บริโภคกำลังมองหาผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่มีเทคโนโลยีที่สามารถชะลอความชราของผิว แก้ปัญหาผิวต่าง ๆ ที่เกิดจากความเครียด และต้องมาจากธรรมชาติ ไม่ระคายเคือง และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม TNP ขอพาทุกคนมารู้จักกับนิวโรคอสเมติก เครื่องสำอางที่ทำงานร่วมกับสมองของเรา พัฒนาขึ้นมาเพื่อจัดการกับความเครียดโดยเฉพาะค่ะ


ผิวและสมองเกี่ยวข้องกันอย่างไร?

    ผิวและสมองถูกสร้างขึ้นมาพร้อม ๆ กัน จึงมีความเกี่ยวข้องกันอย่างมากระหว่างระบบประสาทที่ทำงานตามคำสั่งของสมองและกับผิวหนัง ผิวจึงเสมือนเป็นส่วนขยายของระบบสมองอีกทีนั่นเอง ในผิวจึงมีเส้นประสาทที่มีความซับซ้อนและตัวรับความรู้สึกอยู่มากมาย เพื่อเอาไว้สื่อสารหรือส่งสัญญาณไปให้สมอง จากนั้นเมื่อสมองได้รับข้อความแล้วก็จะตอบกลับมายังผิว

ผิวเป็นอวัยวะรับความรู้สึกสัมผัสที่กว้างที่สุดในร่างกาย เมื่อหยิบจับสัมผัสกับสิ่งใดก็จะรับรู้ได้ทันที เป็นเพราะว่ามีหน่วยรับความรู้สึกสัมผัสจำนวนนับล้านเซลล์ และผิวต้องสัมผัสกับสิ่งเร้าภายนอกตลอดเวลา เช่น อุณหภูมิ เพื่อส่งข้อมูลไปยังสมองอย่างต่อเนื่องทำให้เรารับรู้สภาพแวดล้อมรอบตัวตลอดเวลา ซึ่งเซลล์รับความรู้สึกนั้นมีอยู่หลายชนิด ทำหน้าที่รับความรู้สึกสัมผัสแตกต่างกันไป เช่น ร้อน เย็น สัมผัส คัน จ็บปวด ขนลุก แรงกดที่ผิว การเคลื่อนไหว เป็นต้น

ผิวจะเชื่อมกับสมองด้วยระบบประสาทส่วนกลาง (central nervous system : cns) ซึ่งระบบประสาทส่วนกลางจะช่วยรวบรวมข้อมูล แล้วส่งสัญญาณผ่านเซลล์ประสาทส่งคําสั่งไปสู่เนื้อเยื่อที่ทําหน้าที่ตอบสนอง

ก่อนสัญญาณจากผิวจะไปถึงสมองจะต้องผ่านสารสื่อประสาทก่อน (neurotransmitter/ neuromediator) ซึ่งเป็นสารเคมีที่ถูกสังเคราะห์ขึ้นตามธรรมชาติของร่างกายโดยมีเครือข่ายร่วม เรียกเครือข่ายนี้ว่า neuro-immuno-cutaneous system (nics) ประกอบด้วย

  • เส้นใยประสาทส่วนปลาย (nervous fiber endings)
  • เซลล์ผิว (เช่น keratinocytes, melanocytes, fibroblasts)
  • ระบบภูมิคุ้มกัน (immune system)

ปัจจุบันมีสารสื่อประสาท 200 ตัวที่เป็นที่รู้จัก เช่น glutamate, epinephrine, norepinephrine, gamma-aminobutyric acid (GABA), glycine, serotonin ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายผลิตขึ้นได้เองตามธรรมชาติ ส่วนในผิวนั้นสารสื่อประสาทที่สำคัญคือ นิวโรเปปไทด์ (neuropeptides) ซึ่งเป็นสารที่ประกอบด้วยกรดอะมิโนที่ถูกสังเคราะห์และปล่อยออกมาจากเซลล์ประสาท หลังจากนั้นจะทำงานด้วยการไปจับกับโปรตีนอื่น ๆ ในเซลล์ ได้แก่ substance P, calcitonin gene-related peptide (CGRP) และ bradykinins

 

เมื่อผิวสัมผัสกับสิ่งเร้า เช่น ความร้อน มลภาวะ สารเคมี การพักผ่อนไม่เพียงพอ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้จะทำลายสมดุลในผิวจนเกิดความเครียดในผิวขึ้น สมองจะสั่งให้ปลดปล่อยฮอร์โมนคอร์ติคอล (cortisol) หรือที่เรียกว่า ฮอร์โมนแห่งความเครียด เมื่อฮอร์โมนนี้มีมากเกินไปและสะสมมาเป็นเวลานานจะส่งแสดงผลออกมาที่ผิว เช่น ผิวหมองคล้ำ สิว ผิวแห้ง เร่งผิวแก่ รวมไปถึงผิวเกิดการระคายเคืองและแพ้ง่าย


ความเครียดทำให้ผิวไม่สมดุล ตรงข้ามกับความสุขที่ทำให้ผิวรู้สึกสบายและได้รับการปกป้อง ซึ่งสารแห่งความสุขนี้คือ เบต้า-เอ็นดอร์ฟิน (β-Endorphins) เป็นเปปไทด์สื่อประสาท ผลิตจากต่อมใต้สมอง (pituitary gland) ทำหน้าที่ยับยั้งกระแสประสาทความรู้สึกเจ็บปวดที่ส่งลงมาจากสมอง นอกจากนี้ยังเป็นตัวกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน เร่งการสร้างเซลล์ผิวใหม่ และช่วยสมานแผล ถ้าเรามีความสุขร่างกายก็จะหลั่งเอ็นดอร์ฟิน หากเราเจ็บปวดร่างกายก็จะหลั่งเอ็นดอร์ฟินเช่นกัน เพื่อระงับความเจ็บปวดที่ได้รับมา ผิวก็จะสดใส ไร้สิว ชุ่มชื้น อ่อนเยาว์ และมีความทนทานต่อสิ่งแวดล้อมกว่าผิวที่มีความเครียด

     ปัจจุบันเครื่องสำอางมีนวัตกรรมที่สามารถแก้ปัญหาผิวเครียดได้แล้ว นั่นก็คือ นิวโรคอสเมติก (neurocosmetics) นวัตกรรมที่เริ่มพัฒนามาตั้งแต่ปี 2000 จนถึงปัจจุบัน ช่วยแก้ปัญหาผิวบอบบางแพ้ง่ายและผิวแก่ชราได้อย่างมีประสิทธิภาพ





     neurocosmetics มาจาก neuroscience และ cosmetic เป็นการนำประสาทวิทยาศาสตร์มาประยุกต์ใช้ในเครื่องสำอาง เป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนในอุตสาหกรรมความงาม นิวโรคอสเมติกเป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิว กลไกการทำงานเกี่ยวข้องกับระบบประสาทในผิว ถูกออกแบบมาเพื่อต่อสู้กับความเครียดในผิว ช่วยผ่อนคลายประสาท ต่อต้านการอักเสบของผิวที่เกิดจากความเครียด และช่วยชะลอวัย


สารออกฤทธิ์ในนิวโรคอสเมติก (neurocosmetic active ingredients)

สารออกฤทธิ์ในผลิตภัณฑ์นิวโรคอสเมติกออกแบบตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ เช่น ประเภทผิวและช่วงอายุของผู้บริโภค โดยแบ่งออกเป็น 3 กลุ่มการออกฤทธิ์ ดังนี้

1. สารออกฤทธิ์สำหรับผิวเครียด (neurocosmetic ingredients for skin stress)

      ความเครียดทำให้สมดุลของผิวเสียไป ไม่ว่าจะเป็นมลภาวะ รังสียูวี แสงสีฟ้า การนอนหลับไม่เพียงพอ โซเชียลมีเดีย ความสัมพันธ์เป็นพิษ ความกังวลเกี่ยวกับงาน และจำนวนชั่วโมงการทำงานที่สูง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความเครียดในชีวิตประจำวันเท่านั้น ความเครียดทางร่างกายและจิตใจสามารถกระตุ้นให้ผิวทำงานผิดปกติได้ เช่น สิว สะเก็ดเงิน ผิวอักเสบ โรซาเซีย หรือในกรณีอื่น ๆ เช่น ผมร่วง

     หากได้รับความเครียดเป็นเวลานาน เซลล์ผิวจะผลิตฮอร์โมนคอร์ติซอล (cortisol) หรือที่เรียกว่า ฮอร์โมนความเครียด ออกมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น เมื่อระดับของความเครียดยังคงสูงอยู่ ก็ทำให้เกิดผลเสียหายตามมา ผิวจะเสียสมดุลทำให้เกิดการอักเสบและผิวเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัด เพื่อให้ผิวกลับมาสมดุลสมองจะสั่งให้เริ่มทำการฟื้นฟูผิวกลับมาด้วยการกำจัดฮอร์โมนความเครียด ตรงจุดนี้นี่เองที่นิวโรคอสเมติกจะเข้าไปช่วยได้


     ก่อนที่จะเกิดฮอร์โมนความเครียดนั้น จุดเริ่มต้นมาจากผิวรับสิ่งอันตรายเข้ามาข้างในเซลล์ เซลล์ผิวที่มีเอนไซม์ชื่อว่า 11β-hydroxysteroid dehydrogenase type 1 (11β-HSD1) จะไปเปลี่ยนคอร์ติโซน (cortisone) ที่ไม่ทำงานให้กลายเป็นคอร์ติซอลที่พร้อมทำงานตามภาพด้านบน ภายใต้สภาะความเครียดที่เกิดขึ้นนี้ สารสื่อกลางการอักเสบในกระบวนการอักเสบ เช่น

  • ไซโตไคน์ (cytokine)
  • เคโมไคน์ (chemokine)
  • ไนตริกออกไซด์ (inducible nitric oxide synthase : iNOS)
  • โปรตีนที่ควบคุมกระบวนการอักเสบเช่น nuclear factor kappa B (NF-kB)

มาร์กเกอร์เหล่านี้จะเพิ่มขึ้นอย่างมากจนส่งผลให้ผิวอักเสบและคอลลาเจนจะฝ่อลง ผิวที่มองเห็นภายนอกจะมีรอยแดง แห้งขาดน้ำ ขาดความสว่างใส


การผลิตฮอร์โมนความเครียดจะส่งผลเสียต่อผิวอะไรบ้างมาดูกัน

  • จะทำให้โปรตีนเกิดเสื่อมสภาพและสลายตัวไป 
  • กรดไฮยาลูรอนิกตามธรรมชาติของผิวก็ลดลง 
  • การซ่อมแซมเกราะป้องกันผิวมีประสิทธิภาพน้อยลง 
  • ทำให้เกิดริ้วรอยร่องตื้นและรอยเหี่ยวย่นเพิ่มขึ้น 
  • ผิวบางลง 
  • ความยืดหยุ่นลดลง 
  • ผิวแห้ง และเสียสมดุล 

ดังนั้น คำกล่าวที่ว่า “ยิ่งเครียดยิ่งแก่เร็ว” นั้นไม่เกินจริงเลยแม้แต่น้อย



ตัวอย่างสารสกัด



เม็กซิกัน ไจแอนท์ ฮิสซอฟ (Mexican giant hyssop) หรือ ( Agastache mexicana)

กลไก : ลดการทำงานของ NF-kB (nuclear factor kappa B) ซึ่งเป็นโปรตีนที่ควบคุมกระบวนการอักเสบในผิว

คุณสมบัติ : ลดรอยแดงของผิวหนัง ปรับปรุงความชุ่มชื้นของผิวลดการสูญเสียความชุ่มชื้น ฟื้นฟูเกราะป้องกันผิว เพิ่มความกระจ่างใสผิวและปรับโทนสีผิว

 


มังค์เปปเปอร์ (Monk's pepper) หรือ ( Vitex agnus-castus)

กลไก : กระตุ้นการทำงานของเซลล์ เพิ่มคอลลาเจนประเภท I ซึ่งเป็นคอลลาเจนที่ช่วยเสริมความยืดหยุ่นผิวและสมานแผล และ คอลลาเจนประเภท III เป็นคอลลาเจนที่ช่วยเสริมความยืดหยุ่นและเสริมการทำงานของโปรตีนในผิว

คุณสมบัติ : เพิ่มความชุ่มชื้นและความกระชับของผิว ลดเลือนริ้วรอยและร่องลึก ผิวกระจ่างใส ผิวอิ่มเอิบ ตึงกระชับ


โรสรูท (Rose root) หรือ ( Rhodiola rosea root)

กลไก : ป้องกันความเสียหายที่เกิดจากอนุมูลอิสระซึ่งอนุมูลอิสระเป็นตัวการทำให้เซลล์ผิวเสื่อมสภาพ นอกจากนี้สารสกัดยังช่วยเพิ่มระดับฮอร์โมน endorphin ซึ่งเป็นฮอร์โมนแห่งความสุข ทำให้ผิวผ่อนคลาย ไม่เครียด

คุณสมบัติ : ผิวมีความสุข บำรุงผิวหน้า ผิวกาย และเส้นผม

 


ไวด์ อินดิโก้ (Wild indigo) หรือ ( Tephrosia purpurea seed)

กลไก : ยับยั้งการปล่อยฮอร์โมนความเครียดที่เป็นสาเหตุให้ผิวแก่เร็ว และกระตุ้นการผลิต β-endorphin ช่วยให้ผิวทำงานได้อย่างมีความสุข

คุณสมบัติ : ปกป้องผิวจากมลภาวะ ปรับผิวให้สว่าง ลดรอยแดงของผิว ปรับสีผิวโดยรวม ลดขอบตาคล้ำ

 


วอเตอร์ลิลลี่ (Water lily) หรือ ( Nymphaea alba flower)

กลไก : ยับยั้งเม็ดสีที่เกิดการการอักเสบเมื่อผิวเกิดความเครียด เมื่อผิวรับความเครียดเข้ามาก็จะเริ่มกระบวนการอักเสบขึ้น ผลกระทบจากกระบวนการอักเสบคือ ผิวมีการผลิตเม็ดสีขึ้นเกินความจำเป็น ทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอนั่นเอง

คุณสมบัติ : ผิวกระจ่างใสขึ้น จุดด่างดำลดลง


2. สารออกฤทธิ์สำหรับผิวแพ้ง่าย (neurocosmetic ingredients for sensitive skin)

     ผิวแพ้ง่ายคือ สภาวะทางผิวหนังที่มีอาการทางประสาทสัมผัสผิดปกติหรือแพ้สัมผัส ส่วนใหญ่มีอาการผื่นแดง แสบร้อน ปวด คัน และเสียวแปลบปลาบ สามารถกลับมาเป็นซ้ำได้ ยิ่งเกราะป้องกันผิวเสียหายมากก็ยิ่งแพ้ได้ง่ายขึ้น อาการเหล่านี้เกี่ยวข้องกับเส้นใยประสาทผิวหนัง เนื่องจากมีตัวรับที่เรียกว่า transient receptor potential (TRP) ทำงานมากเกินไปในผิวจนเกิดการอักเสบอย่างต่อเนื่องและมีรอยแดงปรากฎขึ้นที่ผิว ซึ่ง TRP มีหน้าที่ในการถ่ายทอดความเจ็บปวด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง TRPV1 vanilloid receptor ที่เกี่ยวข้องกับความเจ็บปวด 


     เมื่อมีสารเคมี เช่น แคปไซซิน (capsaicin) อุณหภูมิความร้อน และ pH ที่เป็นกรด สัมผัสโดนผิว สิ่งเหล่านี้จะไปกระตุ้นเซลล์ประสาทรับความรู้สึกของ TRPV1 ทำให้เกิดการรับรู้ความเจ็บปวดหรือเผ็ดร้อน นอกจากนี้ TRPV1 ยังมีบทบาทในการทำให้ผิวแก่ชราอีกด้วย ด้วยการควบคุมเอนไซม์ที่ทำลายคอลลาเจนในผิวหนัง กระตุ้นให้ผิวแก่ชรา และก่อให้เกิดการอักเสบในผิว ผลกระทบจะยิ่งมากขึ้นตามอายุและพฤติกรรมการพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ วิธีแก้ปัญหาที่เป็นไปได้สำหรับผิวแพ้ง่ายคือ การเพิ่มความทนทานให้กับผิวโดยการลดจำนวน TRPV1 ลง


ตัวอย่างสารสกัด


นอร์ทเทิร์น ทรัฟเฟิล (Northern truffle) หรือ Albatrellus ovinus

กลไก : บล็อก TRPV1 ขัดขวางการอักเสบที่ขับเคลื่อนด้วยเซลล์ประสาท เพราะ TRPV1 จะทำให้ผิวเกิดรอยแดง นั่นเอง

คุณสมบัติ : ลดความไม่สบายผิวและการระคายเคืองผิว ป้องกันความเครียดจากความร้อนและปลอบประโลมผิวแพ้ง่ายป้องกันเกราะป้องกันผิวจากรังสี IR เพิ่มความทนทานโดยรวมของผิวต่อการระคายเคือง


เรด ไมโครแอลก้า (Red microalga) หรือ Rhodosorus marinus

กลไก : ลด TRPV1 ยับยั้ง IL-1α, NRG และ NGF R มาร์กเกอร์เหล่านี้ล้วนเหนี่ยวนำให้เกิดการอักเสบในผิวได้

คุณสมบัติ : ผิวไม่ไวต่อสิ่งเร้า ปลอบประโลมประสาทและผิว ผิวผ่อนคลาย


ปาล์มมิโทอิล ไตรเปปไทด์ -8 (Palmitoyl tripeptide-8)

กลไก : ลดการอักเสบของระบบประสาท (IL-8, TNF-α) ที่เกิดจาก Substance P ซึ่งเป็นนิวโรเปปไทด์เกี่ยวข้องกับเส้นใยประสาท

คุณสมบัติ : ลดอาการผิวแพ้ง่ายที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบของระบบประสาทที่ผิวหนัง ป้องกันการอักเสบ เช่น รอยแดงและบวม ปลอบประโลมผิวระคายเคืองที่เกิดจากรังสียูวี ปฏิกิริยาภูมิคุ้มกัน และความเครียด


ซูกินี (Zucchini) หรือ Cucurbita pepo seed

กลไก : ยับยั้งการสลายตัวของ mast cells เพราะเซลล์นี้จะบรรจุสารฮีสตามีนเอาไว้ เมื่อผิวเกิดการแพ้ก็จะปลดปล่อยสารที่บรรจุไว้ออกมา นอกจากนี้ยังยับยั้งการปล่อยฮีสตามีนที่เกิดจาก substance P ซึ่งเป็นนิวโรเปปไทด์เกี่ยวข้องกับเส้นใยประสาทด้วยเช่นกัน ผิวก็จะไม่แสดงอาการแพ้

คุณสมบัติ : ปกป้องผิวที่แพ้ง่าย ปลอบประโลมผิวที่ระคายเคือง




สวิส สโตน ไพน์ (Swiss stone pine) หรือ Pinus cembra wood

กลไก : ยับยั้งการอักเสบของระบบประสาท ยับยั้งการทำงานของ TRPV1 ยับยั้งการปลดปล่อย proinflammatory mediators (CGRP, IL-8 และ PGE2) ยับยั้งการผลิต MMP-1 ที่เกิดจากรังสี UVA มาร์กเกอร์เหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้ถึงการเกิดการอักเสบและรอยแดงในผิว

คุณสมบัติ : ลดรอยแดง ลดจุดด่างดำปรับสีผิวโดยรวมให้สม่ำเสมอ ปลอบประโลมผิวที่บอบบางและระคายเคือง ปกป้องผิวจากความเครียด


3. สารออกฤทธิ์สำหรับผิวแก่ชรา (neurocosmetic ingredients for skin aging)

     กระบวนการแก่ชราจะค่อยเป็นค่อยไปตามอายุที่มากขึ้น เกิดจากการเปลี่ยนแปลงภายในร่างกายและกลไกทางชีวภาพ เช่น การแสดงออกทางใบหน้าทำให้เกิดริ้วรอยร่องลึกในระดับที่แตกต่างกัน หรือคอลลาเจนในผิวที่ลดลงสวนทางกับอายุที่มากขึ้นก็ทำให้เกิดรอยเหี่ยวย่นขึ้นมาได้ ผิวที่แก่ชราคือ ผิวที่เสื่อมสภาพ ขาดความยืดหยุ่น สูญเสียความชุ่มชื้นในผิวตามธรรมชาติ เสียสมดุลในผิวจนเกิดการอักเสบ และยังส่งผลให้การผลิตเม็ดสีเมลานินผิดปกติ มีการสร้างเม็ดสีมากเกินไป จึงทำให้มีฝ้าและกระเกิดขึ้นบนใบหน้า


     นอกจากนี้กระบวนการแก่ชราของผิวสามารถเร่งให้เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วเมื่อถูกกระตุ้นจนเกิดอนุมูลอิสระ เช่น สารเคมีและรังสียูวี ซึ่งกระตุ้นให้เกิดภาวะเครียดออกซิเดชัน (oxidative stress) อนุมูลอิสระเหล่านี้ไม่มีความสมดุลในตัวเอง จึงมาจับกับเซลล์ผิว ผิวก็เกิดความไม่สมดุลขึ้นหรือเกิดภาวะเครียดนั่นเอง สมองจะสั่งให้หลั่งเอนไซม์ย่อยสลายคอลลาเจน ซึ่งจะทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่นและเหี่ยวย่น ดังนั้นสารต้านอนุมูลอิสระและสารนิวโรคอสเมติกที่เสมือนโบท็อกซ์จึงเข้ามาแก้ปัญหาผิวตรงจุดนี้


ตัวอย่างสารสกัด



ไตรฟลูออโรอะซิทิล ไตรเปปไทด์-2 (Trifluoroacetyl tripeptide-2)

กลไก : ลดการสังเคราะห์ progerin ยับยั้ง MMPs และเอ็นไซม์ elastase ซึ่งเป็นตัวย่อยอีลาสตินในผิว เมื่ออีลาสตินไม่ถูกทำลาย ผิวก็จะยืดหยุ่นได้ดี

คุณสมบัติ : ปรับความยืดหยุ่นและความกระชับของ ลดสัญญาณแห่งวัย เช่น ความหย่อนคล้อยและริ้วรอย ยกกระชับผิวบริเวณกรอบหน้า






ไฮโดรไลซ์ อัลจิน (Hydrolyzed algin)

กลไก : เพิ่มการผลิต neuroprotector sAPPα ซึ่งช่วยป้องกันเส้นใยประสาทเสื่อม และป้องกันคอลลาเจน และอีลาสตินจากความเป็นพิษ 

คุณสมบัติ : ลดริ้วรอยร่องลึก ปกป้องเส้นใยประสาทจาก neuro-aging



Yarrow (Achillea millefolium)

กลไก : ปรับความหนาของผิวชั้นนอก กระตุ้นการสังเคราะห์ filaggrin, cytokeratin 10, MO-R1, และ MC-2R receptors

คุณสมบัติ : ปรับสภาพผิว เร่งการผลัดผิวใหม่ ปรับผิวให้นุ่ม กระจ่างใส ลดเลือนริ้วรอยและรูขุมขน




Mastic tree (Pistacia lentiscus)

กลไก : กระตุ้นโปรตีน KLOTHO และ FOXO  ดีท็อกซ์เซลล์ผิว ปรับการทำงานของเซลล์ผิว ปรับการสังเคราะห์collagen type I

คุณสมบัติ : ยกกระชับผิว ผิวดูอ่อนเยาว์





Pyroglutamylamidoethyl indole

กลไก : เพิ่มความสามารถของเซลล์ประสาทเพื่อรองรับการสลายไขมัน ทำงานร่วมกับคาเฟอีนเพื่อการลดน้ำหนัก เพิ่มความสามารถในการหดตัวของไฟโบรบลาสต์ร่วมกับ NGF

คุณสมบัติ : ปรับสภาพผิวด้านความกระชับ ความหนาแน่น และความยืดหยุ่น (neuroprotection) ปรับลักษณะเซลลูไลท์ (neuroslimming) ป้องกันเซลล์ประสาทเสื่อม




     ในผลิตภัณฑ์นิวโรคอสเมติกมีการใช้สารออกฤทธิ์ที่เป็นเปปไทด์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในทางเคมีเปปไทด์เป็นสายโซ่สั้น ๆ ของกรดอะมิโนที่เชื่อมโยงกันด้วยพันธะเปปไทด์ สามารถส่งสัญญาณการเปลี่ยนแปลงในระดับผิว หรือเดินทางเข้าสู่ผิวแล้วจับกับสารสื่อประสาทได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทุกวันนี้เปปไทด์ได้พัฒนาให้แทรกซึมเข้าสู่ผิวได้ดียิ่งขึ้น ปรับการทำงานให้ดีขึ้นเป็น bioactive peptides หรือที่เรียกกันว่า biomimetic peptides ซึ่งถูกสังเคราะห์ขึ้นด้วยเทคโนโลยีชีวภาพ เป็นที่นิยมอย่างมาก เนื่องจากช่วยป้องกันและลดอาการของผิวที่ถูกทำลายและมีการทำงานผิดปกติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกระบวนการแก่ชรา การสร้างเม็ดสีผิดปกติ และริ้วรอย


     ไบโอมิเมติกเปปไทด์ มีความสามารถหลายอย่าง โดยเฉพาะการส่งสัญญาณหรือควบคุมโมเลกุลในกระบวนการต่าง ๆ ของผิว ทำงานในรูปแบบ key&lock คือมีเปปไทด์และตัวรับที่เข้าคู่กันได้พอดี ด้วยการทำงานแบบนี้ จึงทำให้มีประสิทธิภาพมาก ในผลิตภัณฑ์นิวโรคอสเมติก ไบโอมิเมติกเปปไทด์จะช่วยส่งสัญญาณและยับยั้งสารสื่อประสาท เพื่อต่อต้านริ้วรอยต่าง ๆ ออกฤทธิ์ได้แม้ในความเข้มข้นต่ำ


ประเภทเปปไทด์แบ่งออกเป็น 4 ชนิด ดังนี้

1.เปปไทด์ส่งสัญญาณ (signal peptides)
เช่น signal oligopeptides หรือ matrikines สามารถส่งสัญญาณกระตุ้นไฟโบรบลาสต์ที่ผิวได้ นอกจากนี้ยังเพิ่มระดับของคอลลาเจน อีลาสติน โปรตีโอไกลแคน ไกลโคซามิโนไกลแคน (GAG) และไฟโบรเนกติน ทำให้ผิวกระชับและดูอ่อนกว่าวัย

2.เปปไทด์นำส่ง (carriers peptides)
เช่น ไลโปโซม (liposome) ช่วยนำส่งสารทางผิวหนังผ่านสิ่งกีดขวางต่าง ๆ ไลโปโซมปกป้องสารออกฤทธิ์ที่ห้อหุ้มได้ดีและไม่ระคายเคืองต่อผิว


3.เปปไทด์ยับยั้งเอนไซม์ (enzyme inhibitor peptides)
ทำงานทั้งทางตรงและทางอ้อม ช่วยต่อต้านความชราได้ถึงชั้นหนังแท้

4.เปปไทด์ยับยั้งสารสื่อประสาท (neurotransmitter inhibitor peptides)
เช่น อะเซทิลโคลีน (acetylcholine) ช่วยให้กล้ามเนื้อหดตัว ผ่อนคลายกล้ามเนื้อ ริ้วรอยคลายตัว

ได้แก่ acetyl hexapeptide-1, acetyl hexapeptide-3, acetyl hexapeptide-8, acetyl hexapeptide-30, palmitoyl hexapeptide-19,  pentapeptide-18, pentapeptide-3, acetyl octapeptide-3, และ tripeptide-3 เปปไทด์เหล่านี้ยังเป็นเปปไทด์ทางเลือกแทน botulinum neurotoxin (botox) อีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีสารสกัดจากธรรมชาติที่เสมือนโบท็อกซ์ (botox-like) เช่น ผักคราดหัวแหวน (acmella oleracea), กระเจี๊ยบ (hibiscus esculentus), และ ลาเวนเดอร์ (lavandula stoechas)



     นิวโรคอสเมติก (neurocosmetics) เรียกได้ว่าเป็นผลิตภัณฑ์ดูแลผิวที่ช่วยให้ผิวสวยสุขภาพดีโดยมีการทำงานร่วมกับสมองผ่านสารสื่อประสาทที่อยู่ในเซลล์ผิว เป็นวิทยาศาสตร์ที่เข้ามาแก้ปัญหาผิวเราได้อย่างสุดยอดสุด ๆ ไม่ว่าจะเป็น การช่วยจัดการกับความเครียดในผิว การดูแลผิวแพ้ง่ายให้มีความแข็งแรงมากขึ้น รวมไปถึงการดูแลผิวแก่ชราให้กลับมาดูอ่อนเยาว์ แต่สิ่งสำคัญไม่แพ้กันก็คือถึงแม้นิวโรคอสเมติกจะช่วยดูแลผิวของเราได้ แต่เราก็ไม่ควรเพิ่มภาระให้ผิวมากจนเกินไป ควรทำกิจกรรมควบคู่กันไป เช่น การออกกำลังกาย การรับประทานอาหารเพื่อสุขภาพ การนอนหลับให้เพียงพอ การจัดการกับความเครียด และปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพหากจำเป็น เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้สุขภาพผิวโดยรวมดีขึ้นได้แน่นอน


ข้อมูลจาก

Rizzi, V., Gubitosa, J., Fini, P., & Cosma, P. (2021). Neurocosmetics in skincare—the fascinating world of skin–brain connection: a review to explore ingredients, commercial products for skin aging, and cosmetic regulation. Cosmetics, 8(3), 66.

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้