เครื่องสำอาง VEGAN ตัวเลือกของชาวมังสวิรัติ

Last updated: 7 พ.ย. 2566  |  1267 จำนวนผู้เข้าชม  | 

เครื่องสำอาง VEGAN  ตัวเลือกของชาวมังสวิรัติ

เครื่องสำอาง VEGAN  ตัวเลือกของชาวมังสวิรัติ

     “ชาวมังสวิรัติ” กลุ่มคนที่งดเว้นเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ คัดเลือกตั้งแต่อาหารการกินไปจนถึงเครื่องสำอางที่ใช้ เป็นคนกลุ่มใหญ่ที่มีพฤติกรรมแตกต่างจากคนทั่วไป ซึ่งบางครั้งก็นับรวม “วีแกน” และ “เจ” เข้าเป็นประเภทหนึ่งของมังสวิรัติด้วยเช่นกัน ซึ่งความแตกต่างของ 3 คำนี้ อธิบายคร่าว ๆ ดังนี้


มังสวิรัติ (Vegetarian) งดเว้นเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ ยกเว้นผลิตภัณฑ์จากสัตว์บางอย่าง เช่น นม ไข่ เนย ชีส น้ำผึ้ง เจลาติน เป็นต้น


เจ (Jay/ Jeh) งดเว้นเนื้อสัตว์ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทุกอย่าง และพืชผักฉุน 5 กลุ่มชนิด ได้แก่ กระเทียม หัวหอม (ต้นหอม หอมแดง และหอมใหญ่) หลักเกียว (กระเทียมโทนจีน) กุยช่าย และใบยาสูบ


วีแกน (Vegan) งดเว้นเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทุกอย่าง รวมไปถึงการดำเนินชีวิตโดยไม่เบียดเบียนหรือหาประโยชน์จากสัตว์ทั้งทางตรงและทางอ้อม



     ด้วยการใช้ชีวิตอย่างจำกัดของชาวสายบุญรักสัตว์ ทำให้มีการตอบสนองต่อความต้องการของคนกลุ่มนี้มากขึ้นในทุก ๆ ปี รวมไปถึง “เครื่องสำอางวีแกน” ที่ออกแบบมาสำหรับคนที่เป็นมังสวิรัติ เจ และวีแกน สามารถใช้ได้อย่างสบายใจ หายห่วง ปราศจากส่วนผสมจากสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ และขั้นตอนการผลิตยังไม่มีสัตว์เข้ามาเกี่ยวข้องหรือมีการใช้แรงงานสัตว์




     จุดเริ่มต้นของวีแกน เกิดจากโดนัลด์ วัตสัน (Donald Watson) ได้ก่อตั้งสมาคม vegetarian society ขึ้นในประเทศอังกฤษ ในปี 1944 ซึ่งเป็นกลุ่มมังสวิรัติที่เคร่งครัด ไม่รับประทานอาหารหรือใช้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทุกชนิด รวมไปถึงการดำเนินชีวิตโดยไม่เบียดเบียนหรือหาประโยชน์จากสัตว์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ซึ่งที่มาของคำว่า “vegan” มาจากจดหมายข่าวที่โดนัลด์ วัตสันเขียนขึ้น โดยใช้ชื่อว่า The Vegan News ได้มีการอธิบายว่า vegan มาจากคำว่า vegetarian โดยใช้ตัวอักษร 3 ตัวแรกและ 2 ตัวสุดท้ายประกอบเข้าด้วยกัน ซึ่งเป็น ‘จุดเริ่มต้นและสิ้นสุดของมังสวิรัติ’ นั่นเอง โดยมี 3 ปรัชญาหลักในการดำเนินชีวิต ได้แก่ 1. animal save 2. environment save 3. health save



     จากสมาชิก vegetarian society เพียงหลักร้อยในตอนนั้น กาลเวลาผ่านมาแล้วกว่า 70 ปี ในปัจจุบัน มีชาวมังสวิรัติ เจ และวีแกน เติบโตขึ้นมากจากทั่วทุกมุมโลกถึง 750 ล้านคน หรือ 10% ของประชากรโลก โดยมีสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำเทรนด์ และเป็นตลาดวีแกนที่ใหญ่ที่สุดในโลก




     จากกระแสเล็ก ๆ ของคนที่รักสัตว์สู่สมาคมวีแกน และแพร่กระจายความเป็นวีแกนไปครอบคลุมทั่วโลก และเมื่อมีคนให้ความสำคัญมากขึ้น วีแกนก็ไม่ใช่เพียงกลุ่มคนเล็ก ๆ อีกต่อไป จนถึงขั้นกำหนดให้วันที่ 1 พฤศจิกายนของทุกปี เป็นวันวีแกนโลก (world vegan day)





     เครื่องสำอางวีแกนเป็นเครื่องสำอางที่รักษ์โลกมากที่สุดในตอนนี้ และแน่นอนว่าวีแกนไม่ใช่เทรนด์ใหม่ แต่เป็นเทรนด์ที่มีการเติบโตขึ้นทุกปี และไม่ใช่เทรนด์เฉพาะกลุ่มมังสวิรัติอีกต่อไป แม้แต่คนทั่วไปก็ยังมองหาเครื่องสำอางวีแกน เพื่อที่จะได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการรักษ์โลกเช่นกัน โดยเครื่องสำอางวีแกนมีส่วนช่วยในการรักษ์โลก ดังนี้

1. ลดภาวะโลกร้อน (environment save)

หนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้โลกร้อนขึ้นคือ การเกษตรที่มาจากฟาร์มปศุสัตว์ คิดเป็น 11% ที่มีส่วนทำให้เกิดก๊าซเรือนกระจก ทั้งการปลูกพืชที่ใช้เป็นอาหารสัตว์และฟาร์มเลี้ยงสัตว์ เช่น วัว หมู ไก่ แพะ เป็นต้น ดังนั้นการบริโภคเนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์น้อยลงจะช่วยลดปัญหาโลกร้อนได้ ในส่วนของเครื่องสำอาง มีส่วนผสมที่มาจากสัตว์หลายอย่างที่ใช้ในสูตรเครื่องสำอาง เช่น เจลาติน ลาโนลิน โปรตีนจากสัตว์ เมือกหอยทาก คอลลาเจนจากปลา เป็นต้น ซึ่งเมื่อมีการทำฟาร์มสัตว์เกิดขึ้นย่อมส่งให้เกิดก๊าซเรือนกระจกตามมา

2. ลดการทดลองในสัตว์ (animal save)

คงจะเคยได้ยินได้เห็นคำว่า “cruelty free” หรือ “not tested on animals” ที่เคลมในฉลากเครื่องสำอางผ่านตาผ่านหูกันมาบ้าง ซึ่งสื่อถึงว่า “ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางนี้ ไม่มีการทดลองในสัตว์และไม่มีส่วนผสมที่มาจากสัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทุกชนิด” สาเหตุที่เกิดคำเคลมนี้ มาจากที่เมื่อก่อนอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและยามีการใช้สัตว์ในการทดลองในปริมาณที่มากมหาศาลกว่าปีละ 100 ล้านตัว และสัตว์เหล่านั้นต้องทนรับความเจ็บปวดที่เกิดขึ้น เช่น การระคายเคืองในผิวและตา หรือในกรณีที่ร้ายแรงคือ สัตว์พิการและเสียชีวิต จึงมีการต่อต้านความรุนแรงที่เกิดขึ้นในสัตว์ทดลองขึ้น ส่งผลให้หลายประเทศมีการแบนเครื่องสำอางที่ทดลองในสัตว์ แต่ปัจจุบันก็ยังมีบางประเทศที่ยังคงอนุญาตให้มีการทดลองขึ้นเพื่อความปลอดภัยในมนุษย์

3. ลดปัญหาสุขภาพ (health save)

จากปัญหาของสภาพแวดล้อมต่าง ๆ ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นมลภาวะทางอากาศที่มี pm2.5 หรือโลหะหนักจากท่อไอเสีย มลภาวะทางดินที่เกิดจากสารเคมีตกค้าง เมื่อปลูกพืชที่เป็นอาหารสัตว์ สารเคมีที่ตกค้างย่อมถูกดูดซึมเข้าไปไม่มากก็น้อย รวมไปถึงมลภาวะทางน้ำ แหล่งน้ำเสียมีเพิ่มมากขึ้นในทุกปี โดยเฉพาะในทะเลที่มีขยะล่องลอยอยู่เต็มไปหมด เมื่อสัตว์น้ำกินขยะเข้าไป ก็จะเกิดการตกค้างในเนื้อสัตว์น้ำ เช่น ไมโครพลาสติกในเนื้อปลา เป็นต้น รวมไปถึงการใช้สารบำรุงสัตว์เพื่อเร่งการเจริญเติบโตอย่างผิดปกติ และการยับยั้งการแพร่กระจายของโรคและเชื้อโรคด้วยยาปฏิชีวนะ สิ่งนี้จะเกิดการตกค้างในสัตว์ ในระยะยาวจะเกิดการดื้อยาของเชื้อโรค ซึ่งเชื้อจะแพร่กระจายอย่างรวดเร็วและเป็นอันตรายต่อสุขภาพของทุกคน ทางสหประชาชาติ (UN) เตือนว่า การติดเชื้อที่เกิดจากการดื้อยาอาจกลายเป็นสาเหตุสำคัญของการเสียชีวิตทั่วโลกภายในปี 2050 ผู้บริโภคลำดับสุดท้ายอย่างเราหากต้องมาใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีการปนเปื้อนต่าง ๆ ย่อมทำให้สุขภาพแย่สะสมหากมีการใช้ต่อไปเรื่อย ๆ การมองหาผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางวีแกนจึงเป็นทางออกที่ดีทางหนึ่ง






     หลากหลายแบรนด์ที่ออกผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางวีแกน โดนนำเสนอความมีจริยธรรมและความยั่งยืนลงไปด้วย ซึ่งเป็นจุดเด่นของตัวผลิตภัณฑ์เอง และยังส่งผลไปถึงภาพลักษณ์ผู้ผลิต ว่ามีความใส่ใจสิ่งแวดล้อม ซึ่งผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่จะเคลมวีแกนได้นั้นจะต้องได้รับการรับรองด้วยเช่นกัน


ลักษณะของเครื่องสำอางวีแกน

1. ปราศจากส่วนผสมที่มาจากสัตว์ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยมีเครื่องหมายรับรอง เช่น vegan, no animal ingredients เป็นต้น

2. ไม่ทดลองในสัตว์ โดยมีเครื่องหมายรับรอง เช่น  cruelty free, not tested on animals, no animal testing เป็นต้น

3. ผลิตภัณฑ์มีความอ่อนโยนสูง เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่าย โดยมีเครื่องหมายรับรอง เช่น dermatologically tested, hypoallergenic tested, clinically tested, non-Irritating เป็นต้น

4. ไม่มีส่วนผสมของสารเคมีที่ถูกแบน เช่น ผลิตภัณฑ์กันแดด จะต้องไม่มีส่วนผสมของสารกันแดดที่ทำร้ายปะการัง ได้แก่ oxybenzone (benzophenone-3, BP-3), octinoxate (ethylhexyl methoxycinnamate, OMC), 4-methylbenzylid camphor (4MBC) และ butylparaben

5. เลือกใช้ส่วนผสมจากธรรมชาติ และบรรจุภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม




     ในตลาด เครื่องสำอางวีแกนจัดอยู่ในกลุ่มผลิตภัณฑ์พรีเมียมแมส (premium mass) เป็นเครื่องสำอางที่พรีเมียมและราคาไม่สูงมาก เพื่อเจาะตลาดชนชั้นกลาง นอกจากนี้ ยังรวมอยู่ในผลิตภัณฑ์กลุ่ม green cosmetic เพราะเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วย ในประเทศไทย เทรนด์รักผิวรักษ์โลกมีกระแสแรงมาก มาจากการรณรงค์ให้ใช้เครื่องสำอางที่ไม่มีการทดลองกับสัตว์และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากกลุ่มมังสวิรัติแล้วกลุ่มผู้บริโภคทั่วไปก็เริ่มมีการตระหนักรู้มากขึ้นว่าโลกของเรากำลังเสื่อมโทรมลงทุกวัน จึงมีจิตสำนึกในการรักษ์โลกขึ้นมา และเพื่อตอบสนองความต้องการรักษ์โลกนี้ เครื่องสำอางวีแกนจึงเป็นตัวเลือกที่ดีนั่นเอง




     เครื่องสำอางวีแกน ตัวเลือกสำหรับชาวมังสวิรัติ และยังเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีสำหรับสายรักษ์โลก ปัจจุบันเครื่องสำอางวีแกนเติบโตขึ้นอย่างมาก และยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นต่อไป ด้วยคอนเซ็ปต์ “เครื่องสำอางที่ยั่งยืน” คาดว่าปี 2024 เทรนด์วีแกนก็ยังคงอยู่กับเราต่ออย่างแน่นอน สนใจสร้างแบรนด์เครื่องสำอางวีแกน ทีเอ็นพี พร้อมให้บริการ ครบ จบ พร้อมขาย


แนะนำผลิตภัณฑ์ TNP



BI PHASES REFINING VEGAN MILK TONER

โทนเนอร์เช็ดผิวหน้าสูตรวีแกน เนื้อสัมผัส 2 ชั้น เขย่าก่อนใช้ ผสานเป็นเนื้อน้ำนมนุ่มละมุน ช่วยทำความสะอาดสิ่งสกปรกตกค้างบนใบหน้าให้ออกหมดจด

https://www.tnpoem.com/product/38781-48081/bi-phases-refining-vegan-milk-toner

เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้